ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในวันนี้ (9 ก.ค.) โดยตลาดบางส่วนได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิป ตามทิศทางหุ้นกลุ่มชิปที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดวอลล์สตรีท ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเช้านี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 67,046.37 จุด เพิ่มขึ้น 227.32 จุด หรือ +0.34%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ24,181.34 จุด ลดลง 18.12 จุด หรือ -0.07%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,977.55 จุด เพิ่มขึ้น 6.67 จุด หรือ +0.17%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.92%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.83%
นักลงทุนประเมินสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันพุธ (8 ก.ค.) เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% เช้านี้
สำหรับรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดนั้น บ่งชี้ว่า กรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยกรรมการเฟดจำนวนหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมในวันที่ 16-17 มิ.ย. ระบุว่า มีเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าในท้ายที่สุดกรรมการเฟดเหล่านี้ก็เห็นพ้องร่วมกับกรรมการเฟดส่วนใหญ่ในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้
อย่างไรก็ดี รายงานการประชุมแสดงให้เห็นว่า กรรมการเฟดมีความเห็นที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย โดยกรรมการส่วนใหญ่มองว่ามีโอกาสที่เงินเฟ้อจะลดลงสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ของเฟด แต่กรรมการเฟดอีกส่วนหนึ่งมองว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งกรรมการเฟดกลุ่มหลังนี้เกือบทั้งหมด ต่างก็พิจารณาว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นสิ่งจำเป็นหากเงินเฟ้อยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในช่วงเช้านี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิ.ย.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข