ก.ล.ต.ลบรายงานสุภาพร พิมพงษ์พบกรอกข้อมูลเท็จเอง จ่อฟันโทษหนักคุก-ปรับ ลุยสอบเชิงลึกค้นหาเจตนา

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 9, 2026 09:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

Screenshot


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงผลการตรวจสอบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ที่รายงานการได้มาของหลักทรัพย์ 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 64 โดยบันทึกเข้าระบบเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.-2 ก.ค.69

ก.ล.ต.ระบุว่าเมื่อพบความผิดปกติจึงระบุสถานะเป็น ข้อมูลเบื้องต้น ไว้ก่อนเมื่อวันที่ 3 ก.ค.69 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 จึงได้เปลี่ยนสถานะเป็น อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลมีความไม่สอดคล้อง และเมื่อตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง ประกอบกับได้รับการยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ก.ล.ต. จึงนำข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบ

การดำเนินการของ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน จึงมีการดำเนินการเพื่อระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้องตามกระบวนการข้างต้น ก.ล.ต.ระบุ


สำหรับความไม่ถูกต้องของข้อมูลสรุปดังนี้

1.ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนในช่วงภายหลังของเข้าซื้อและไม่มีรายงานการขายหุ้นออก

2.ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานการได้มา ไม่มีอยู่จริงในช่วงระยะเวลาที่ระบุ

3.การรายงานจำนวนหุ้นที่ถือครองหรือได้มา ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง อาทิ รายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) เป็นจำนวนที่ตรงกับการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพโดยบุคคลอื่น

ทั้งนี้ การรายงานแบบ 246-2 ก.ล.ต. จัดให้มีกระบวนการยืนยันตัวตน โดยผู้ที่ต้องการบันทึกข้อมูลในระบบต้องลงทะเบียนและระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง ซึ่งระบบจะมีการสอบยันข้อมูลกับทะเบียนราษฎระหากไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธการลงทะเบียน

เฉพาะกรณีที่ข้อมูลตรงกันจึงจะมีกระบวนการให้ยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน โดยภายหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วจึงสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อรายงานแบบ 246-2 โดยผู้รายงานจะต้องรับรองความถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และรับทราบว่าข้อมูลที่บันทึกนั้นจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า นางสาวสุภาพร รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 (แบบ 59) โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงาน ก.ล.ต. จึงได้นำข้อมูลออกจากระบบแล้ว ซึ่งระบบการรายงานแบบ 59 มีกระบวนการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนในลักษณะเดียวกันกับการรายงานแบบ 246-2 ในส่วนของระบบการรายงานแบบ 246-2

ขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ในขั้นตอนการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูล ซึ่งกรณีการนำส่งข้อมูลที่เป็นเท็จหรืออาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชนเป็นการทั่วไป เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

โดยมาตรา 302/1 กำหนดว่า ผู้ใดนำส่งสำเนาหรือแสดงสมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรแสดงในสาระสำคัญต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสำนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวว่า นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ มีตัวตนอยู่จริงและมีการรายงานเข้ามาในระบบของ ก.ล.ต.จริง แต่ข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกเข้ามาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความถูกต้อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับรายงานแบบ 246-2 ปัจจุบันเป็นระบบ Self-declared reporting หรือการรายงานด้วยตนเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับตลาดทุนสากล เช่น สหรัฐฯ หลักการสำคัญคือเจ้าของข้อมูลหรือผู้รายงานต้องเป็นผู้รับรองความถูกต้องของข้อมูล และรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดย ก.ล.ต. มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่ให้ข้อมูลถึงมือนักลงทุนเร็วที่สุด และทำหน้าที่ตรวจสอบ หากต้องรอการสอบทาน (Verify) จนครบถ้วนก่อนเปิดเผย จะทำให้ข้อมูลล่าช้าและไม่ทันต่อการตัดสินใจลงทุน

การรายงานข้อมูลจะต้องมีความสมดุลระหว่างความโปร่งใสและความรวดเร็วในการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้นักลงทุนนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ สำนักงาน ก.ล.ต. มีหน้าที่ Verify ข้อมูลเหล่านั้นว่ามีความถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ดังนั้นการบอกว่าก่อนที่จะเผยแพร่สำนักงาน ก.ล.ต. ต้องตรวจสอบก่อนหรือไม่ มันก็ต้องแลกมากับความล่าช้าในการที่จะใช้ข้อมูลนั้นสู่สาธารณะนางพรอนงค์ กล่าว

สำหรับระยะเวลาในการตรวจสอบนั้น เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับมีความแตกต่างกันและมีความเป็นอิสระจากผู้บันทึก ตั้งแต่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน ข้อมูลของนายทะเบียน และข้อมูลของคัสโตเดียน (Custodian) ส่งผลให้การตรวจสอบย่อมใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกัน แต่ภายใต้กระบวนการระหว่างตรวจสอบ ก.ล.ต. มีการติดป้ายเตือนไว้

มีความสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งข้อมูลตัวบุคคล ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตามกฎหมายเราไม่เคยตอบอยู่แล้ว แต่การไม่ตอบไม่ได้หมายความว่าหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และการดำเนินการตามขั้นตอนไม่ได้มาจากการกดดันของบุคคลอื่น เรายืนยันว่ามาจากขั้นตอนการทำงานตามปกติของเราเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

ด้านนางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ระบบรายงานแบบ 246-2 มีกลไกการแจ้งเตือนนักลงทุนเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบสร้างความเสียหาย โดยเมื่อมีการบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ และพบความผิดปกติ ก.ล.ต. จะแปะป้าย ข้อมูลเบื้องต้น ทันที ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่อยู่ระหว่างการสอบทาน และเมื่อพบความผิดปกติ ก.ล.ต. จะยกระดับสถานะเป็น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อแจ้งเตือนนักลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อตรวจสอบยืนยันกับแหล่งข้อมูลภายนอกแล้วพบว่าไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. จะดำเนินการนำข้อมูลออกจากระบบทันที

กรณีดังกล่าว ก.ล.ต. ชี้แจงว่าได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ข้อมูลปรากฏความผิดปกติ (วันที่ 3 มิ.ย.) มีการขึ้นสถานะเตือน และประสานงานตรวจสอบยืนยันข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งออกแถลงการณ์แจ้งสถานะการตรวจสอบในวันที่ 7 มิ.ย. และสั่งถอนข้อมูลออกจากระบบในวันที่ 8 มิ.ย.

ระบบการรายงาน 246-2 นั้น ก.ล.ต. จะตรวจสอบข้อมูลยืนยัน โดยเชื่อมั่นข้อมูลฐานของหลักทรัพย์นั้น ๆ หรือข้อมูลจากบุคคลที่สาม (Third Party) ที่เชื่อถือได้ เช่น บริษัทจดทะเบียน หรือข้อมูลจากนายทะเบียน ดังนั้น ระบบดังกล่าวจึงไม่จำเป็นต้องแนบเอกสาร เนื่องจากเรายังไม่สามารถเชื่อถือเอกสารเหล่านั้นได้ ทั้งนี้ระบบของสำนักงาน ก.ล.ต.มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันระบบการรายงานดังกล่าวที่จะตรวจสอบและพัฒนาต่อไป

ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เราเห็นความสำคัญของความถูกต้องของข้อมูล เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ไหลเข้ามาในระบบ เราจะมีการสอบทานเสมอ เพราะเรามีฐานที่สามารถตรวจสอบยืนยัน มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระ

ส่วนนายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ตอบข้อซักถามว่า ก.ล.ต.สามารถเชื่อมโยงระบบ IT กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) เพื่อคัดกรองข้อมูลทันทีได้หรือไม่ โดย ก.ล.ต. อธิบายว่า ข้อมูลของ TSD คือทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งจะอัพเดตแน่นอนก็ต่อเมื่อมีการปิดสมุดทะเบียน

แต่แบบรายงาน 246-2 กฎหมายบังคับให้รายงานทันทีเมื่อมีการได้มาหรือจำหน่าย แม้จะยังไม่มีการลงทะเบียนโอนหุ้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้น การเชื่อมโยงข้อมูลกับ TSD ไม่สามารถตอบโจทย์การคัดกรองความถูกต้องของการซื้อขายแบบรายวันได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. น้อมรับคำติชมและพร้อมพัฒนาประสิทธิภาพระบบ IT ให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ในส่วนของเจตนาของผู้รายงานนั้น ก.ล.ต. ระบุว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบในเชิงลึก แต่ยืนยันว่าสำนักงานให้ความสำคัญกับกรณีนี้อย่างมาก เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นและข้อมูลในตลาดทุน

นายธวัชชัย ระบุเพิ่มเติมว่า ก.ล.ต. ได้ติดต่อไปยังผู้ยื่นรายงานดังกล่าว และสามารถยืนยันตัวตนได้ว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง พร้อมสอบถามเบื้องต้นกับบุคคลดังกล่าวแล้ว ได้รับคำยืนยันว่าเป็นผู้ยื่นรายงานข้อมูลจริง แต่รายละเอียดของคำชี้แจง รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจตนาและที่มาของข้อมูลยังอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและขั้นตอนการตรวจสอบเชิงลึกของทางสำนักงาน

ก.ล.ต. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปิดเผยรายละเอียดของคำให้การหรือเนื้อหาการสอบสวนต่อสาธารณะ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่าประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องเจตนาในการทำรายการและที่มาของข้อมูลนั้น อยู่ในประเด็นการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะดำเนินการตามแนวทางและขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

โดย วรินทร ศิรินอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ