พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญโดยระบุว่า ผิดหวัง แต่ไม่เหนือความคาดหมาย
โดยก่อนหน้านี้พรรค ปชน. คาดการณ์ว่าผลการวินิจฉัยอาจออกมาได้ 3 แบบ คือ ผ่านทั้งฉบับ ไม่ผ่านทั้งฉบับ หรือไม่ผ่านแค่บางส่วน ซึ่งผลการวินิจฉัยวันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับเงินเยียวยามีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 กับอีกส่วนคือแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 200,000 ล้านบาทหลัง มีมติ 7 ต่อ 2เห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ผิดหวัง แต่ไม่ประหลาดใจ เพราะพวกเราสื่อสารมาโดยตลอดว่าจริง ๆ แล้ว รัฐบาลไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจพิเศษในการตรา พ.ร.ก.กู้เงินนี้ออกมา เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เป็นเรื่องของการยัดไส้พยายามทำโครงการต่าง ๆ เข้ามา ทั้งที่จริง ๆ แล้วสามารถบรรจุใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ได้อยู่แล้ว
และสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือตอนนี้กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณเองก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเช้าวันนี้มีหลายหน่วยงานต้องมาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่าโครงการที่จะของบประมาณมีลักษณะอย่างไร มีกระบวนการในการพิจารณาอย่างไรกลายเป็นว่ามีโครงการของท้องถิ่นต้องการเสนอเข้ามาเพื่อทำลานกีฬาโซลาร์ หรือว่าทำรถขยะพลังงานไฟฟ้าต่าง ๆ หลายโครงการบรรจุไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องมาใช้กระบวนการพิเศษภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนี้
ยืนยันว่าโครงการที่รัฐบาลพยายามทำไม่ได้เข้าข่ายการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในส่วนของพรรค ปชน. เราคงไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเหนือความคาดหมายที่เราคาดไว้ นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวว่า โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานภายใต้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท ยังไม่ได้เข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองเลยแม้แต่โครงการเดียว ในช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการให้ข่าวของรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจาก รมช.มหาดไทย จาก รมช.คมนาคม ถึงโครงการที่จะมาขอใช้งบ
ประกอบกับเอกสารที่เราได้มา ที่มีการส่งเวียนไปตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่ใช่โครงการที่ท้องถิ่นอยากได้ แต่เป็น แคตตาล็อก หรือว่าเป็น เมนู รายการสินค้า หรือแจ้งว่าโครงการใดสามารถขอใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้ และหลายโครงการก็ไม่ได้สะท้อนว่าเป็นโครงการที่จะช่วยเราเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกต คือบางโครงการอาจจะเตรียมบริษัทผู้รับจ้างหรือการจัดซื้อในโครงการไว้แล้ว และมีโครงการที่ซ้ำซ้อน ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องน่ากังวลว่าเงิน 200,000 ล้านบาทหลังจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการปรับสัดส่วนพลังงาน
เราก็เกิดความกังวลว่า จะเป็นไปตามอย่างที่เราตั้งสมมติฐานเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า 200,000 ล้านบาทหลัง ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากการสอดไส้โครงการ แล้วเอาความเดือดร้อนของประชาชน เอาเงินเยียวยาประชาชนมาบังหน้า เพื่อใช้ในการหาประโยชน์ส่วนตัว น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา