SCB WEALTHปลดล็อกขุมทรัพย์เศรษฐีจังหวัดยุทธศาสตร์ส่ง Wealth Lending เปลี่ยนอสังหาฯ-พอร์ตหุ้นเป็นทุนลุยเมกะเทรนด์โลก

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 9, 2026 14:34 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

SCB WEALTHเดินหน้ายกระดับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวมผ่านงานสัมมนา Resilient Wealth, Lasting Legacyเดินสายทั่วประเทศถ่ายทอดแนวคิดการรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้แก่กลุ่มลูกค้าWealthโดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดงานใน3จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี และขอนแก่น พร้อมเดินหน้าขยายการส่งต่อองค์ความรู้ มุมมองการลงทุน และโซลูชันทางการเงินสู่พื้นที่ภาคใต้ทั้งตอนบนและตอนล่างเป็นเป้าหมายถัดไป

งานสัมมนานี้สะท้อนบทบาทของSCB WEALTHที่มุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์การลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ การบริหารทรัพย์สินครอบครัว ไปจนถึงการวางแผนมรดกอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดการสร้างResilient Portfolioเพื่อรับมือกับโลกการลงทุนยุคMulti-Polar Eraผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพทั่วโลก

พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้หลักทรัพย์ผ่านWealth Lending Solutionตอกย้ำบทบาทSCB WEALTHในฐานะพันธมิตรทางการเงินที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ ยึดมั่นในแนวคิด Your Success. Our Success. ขับเคลื่อนความสำเร็จทางการเงินของลูกค้าให้มีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ

นางสาวปรมาศิริ มโนลม้ายHead of High Net Worth and Affluent Bankingธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยในการเปิดงานสัมมนาResilient Wealth , Lasting Legacy ว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินSCB WEALTHมุ่งเดินหน้ายกระดับการบริหารความมั่งคั่งในการดูแลลูกค้าแบบองค์รวม เพื่อรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์การผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน การบริหารทรัพย์สิน และการวางแผนครอบครัวเข้าด้วยกัน

โดยในงานสัมมนาได้ถ่ายทอดมุมมองการบริหารความมั่งคั่งใน3มิติ ได้แก่ 1) การวางกลยุทธ์การลงทุนเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ในทุกสภาวะตลาด 2) การให้ความสำคัญกับการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation)อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือได้ทั้งเศรษฐกิจขยายตัวและชะลอตัวและ 3) การวางรากฐานความมั่นคงของครอบครัวที่มุ่งดูแลทรัพย์สินในระยะยาว และการบริหารสภาพคล่องของสินทรัพย์ผ่านProperty-Backed Loanเพื่อเพิ่มศักยภาพของทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Bankingธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในหัวข้อOne Wealth.Endless Opportunitiesว่า ความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินSCB WEALTHยังคงยึด3ปรัชญาหลักในการดูแลความมั่งคั่งของลูกค้า ได้แก่ 1)Focus on Opportunitiesมองทุกวิกฤตเป็นโอกาสการลงทุน 2)Invest in the Futureการลงทุนเพื่ออนาคตและการเติบโตระยะยาว และ 3)Take Calculated Riskการบริหารความเสี่ยงอย่างมีหลักการและเหตุผลเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวผ่านความผันผวนของตลาดได้อย่างมั่นคง

SCB WEALTHมองว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วของโลก แม้จะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจและสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งได้ก่อให้เกิดโอกาสการลงทุนใหม่ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ อาทิ กลุ่มกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

สำหรับธีมการลงทุนแห่งอนาคตSCB WEALTHให้ความสำคัญกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้งArtificial IntelligenceหรือAIพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และทรัพยากรสำคัญ เช่น ทองแดง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านAIของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนในระยะยาว

นายชาตรี โรจนาภาHead of Investment Consultantธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวในหัวข้อBuild a Single Resilient Portfolio in a Multi Scenarioว่า โลกการลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Polar Eraหรือโลกหลายขั้วอำนาจ ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจึงไม่สามารถพึ่งพาการลงทุนแบบดั้งเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในทุกสภาวะตลาด

SCB WEALTHจึงได้นำแนวคิดResilient Investmentมาใช้เป็นกรอบสำคัญในการออกแบบพอร์ตการลงทุน โดยอ้างอิงหลักการของAll Weather Portfolioซึ่งมุ่งสร้างสมดุลระหว่างโอกาสสร้างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยง ผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งสินทรัพย์เพื่อการเติบโต (Growth Assets)สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Assets)สินทรัพย์ป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Deflation Assets)และเงินสดเพื่อช่วยลดความผันผวนและเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตในระยะยาว

โดยมองว่าหลักสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งในยุคปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่าง โอกาสการเติบโต และ การปกป้องความมั่งคั่ง โดยใช้แนวคิดCore & Satellite Portfolioเป็นแกนหลักในการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนส่วนใหญ่ ไว้ในCore Portfolioซึ่งประกอบด้วยสินทรัพย์คุณภาพสูงที่กระจายการลงทุนทั่วโลก เพื่อสร้างเสถียรภาพและผลตอบแทนระยะยาว และส่วนที่เหลือลงทุนผ่านSatellite Portfolioเพื่อแสวงหาโอกาสการเติบโตจากธีมการลงทุนและสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงในอนาคต

ด้านนายธนพล อิทธินิธิภัคHead of Thailand Business, BlackRockกล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญความผันผวนสูง นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับแนวคิดVolatility Controlหรือการบริหารความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ผ่านการกระจายลงทุนในหุ้นโลก ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสม่ำเสมอของผลตอบแทนในระยะยาว จากมุมมองของตลาดโลก กองทุนทางเลือกประเภทสภาพคล่อง (Liquid Alternatives) ได้กลายเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการจัดพอร์ตการลงทุนเนื่องจากมีบทบาทในการสร้างแหล่งผลตอบแทนที่แตกต่างและช่วยกระจายความเสี่ยงภายใต้สภาวะตลาดที่หลากหลาย ผ่านกลยุทธ์LongและShort Positionอีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ต่ำกับสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นและตราสารหนี้ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายความเสี่ยง พร้อมมีสภาพคล่องสูงที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงได้มากขึ้น

สำหรับโอกาสการลงทุนในอนาคตSCB WEALTHซึ่งได้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดโลกของBlackRockที่ยังคงให้น้ำหนักกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก โดยเฉพาะArtificial Intelligence (AI)และSustainable Energyซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในทศวรรษข้างหน้า ผ่านการเติบโตของData Centerความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลก

นายนิติ เนื่องจำนงค์Head of Wealth Planning and Family Officeธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวในหัวข้อ Bridging Legacy & Property Assetว่า กระบวนการในด้านการสร้าง การรักษา และการส่งต่อWealthและธุรกิจครอบครัว ให้แก่ ทายาทเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องบริหารจัดการ รวมทั้งต้องวางแผนเพื่อให้การส่งต่อWealthและธุรกิจครอบครัว เป็นไปอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนในรูปแบบFamily Wealth Planningเป็นการให้คำแนะนำแก่สมาชิกครอบครัวในทุกช่วงวัย และทุกGenerationในด้านการจัดประเภททรัพย์สินเพื่อการส่งต่อผ่านการทำบัญชีทรัพย์สิน(List of Assets)การบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์ การวางรากฐานโครงสร้างธุรกิจครอบครัว การหล่อหลอมทายาทในครอบครัว การหาความต้องการที่แท้จริงของครอบครัวที่ถือได้ว่าเป็นFamily Centricการสร้างJourneyระหว่างสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้เกิดเป็นDNAที่เป็นแนวคิดของครอบครัว การจัดทำธรรมนูญครอบครัว การใช้กลไกการระงับข้อพิพาทโดยทางเลือก(Alternative Dispute Resolution)การดูแลและจัดการทรัพย์สินของครอบครัวผ่านคณะกรรมการการลงทุนของครอบครัวและผ่านสภาครอบครัว เป็นต้น โดยสิ่งสำคัญเหล่านี้จะช่วยในการส่งต่อLegacyและPropertyไปยังทายาทอย่างยั่งยืน

นายปกรณ์ เภตรากาศผู้อำนวยการอาวุโสผู้บริหารฝ่ายWealth Lending Productธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่าProperty Backed Loanหรือสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ เนื่องจากช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถนำที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองอยู่มาเปลี่ยนเป็นแหล่งเงินทุน โดยยังคงถือครองทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องขายในช่วงที่ตลาดยังไม่เอื้ออำนวย เงินทุนที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นPrivate Fund, Infrastructure Fund, REITsหรือการลงทุนในตลาดทุนต่างประเทศที่อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มSCBXเพี่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโอกาสการเติบโตในอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพ มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เพิ่มการเติบโตของพอร์ตลงทุน

นอกจากนี้SCB WEALTHยังมีบริการLombard Loanซึ่งเป็นสินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น หุ้นกู้ หรือกองทุนรวม เป็นหลักประกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินกลยุทธ์Stay Investedได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องขายหลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่ เช่น ลูกค้าสามารถนำหลักทรัพย์ ในCore Portfolioมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงินสินเชื่อ และนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนหรือกระจายความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ โดยยังคงรักษาโอกาสการเติบโตของพอร์ตการลงทุนเดิมไว้ในระยะยาว โดยมองว่าในยุคที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง การบริหารสินทรัพย์ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการถือครองเท่านั้นแต่ต้องสามารถสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินที่มีอยู่ได้อย่างต่อเนื่องWealth Lendingจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มสภาพคล่อง แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเปิดโอกาสสู่การลงทุนที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของความมั่งคั่งในระยะยาวอย่างยั่งยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ