BJC เร่งพลิกโฉมครั้งใหญ่สาขา Big C ทั่วประเทศ ดัน Food Destination สร้างการเติบโตผ่าน Community Hub

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday July 9, 2026 15:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในเครือบมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ [BJC] กล่าวว่า ปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภค อยากกลับมา การลงทุนยกระดับพื้นที่และการออกแบบประสบการณ์ภายในห้าง จึงกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันยุคใหม่

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จึงเดินหน้ายกระดับสาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านสองกลยุทธ์หลัก ได้แก่ Tenant Mix Rebalancing และ Food Destination เพื่อเปลี่ยนบทบาทของห้างค้าปลีกจาก Shopping Destination สู่ Community Hub หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนในชุมชน ที่ตอบโจทย์ทั้งการจับจ่าย รับประทานอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมของผู้คนในแต่ละพื้นที่

การยกระดับสาขาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มร้านค้าหรือปรับปรุงพื้นที่ แต่เป็นการออกแบบ ระบบนิเวศค้าปลีก ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละทำเล ผ่านการจัดสมดุลร้านค้าและบริการ (Tenant Mix Rebalancing) ที่ช่วยสร้างทราฟฟิก กระตุ้นการใช้จ่าย และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสะท้อนการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบิ๊กซีในการพัฒนาสาขาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์คือการยกระดับ Food Destination ให้เป็นแม่เหล็กหลักในการดึงดูดผู้ใช้บริการ เพราะอาหารคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงการใช้จ่ายไปยังร้านค้าและบริการอื่นภายในศูนย์ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ความถี่ในการกลับมา และการใช้จ่ายต่อครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของทั้งบิ๊กซีและผู้เช่าในระยะยาว

นอกจากนี้ บิ๊กซียังพัฒนา Fresh Food Destination เพื่อสร้างความแตกต่างด้านสินค้าอาหารสด ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน รับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรไทย เพิ่มสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ และขยายกลุ่มสินค้า Ready-to-Cook และ Ready-to-Eat เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาคุณภาพ ความสดใหม่ และความสะดวกในชีวิตประจำวัน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ สร้างคุณค่าร่วมทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสังคม

การยกระดับสาขาได้ดำเนินการแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยสาขาพัทยา 3 และหางดง ได้รับการพัฒนาเป็นต้นแบบ Community Hub ผ่านการยกระดับ Food Court เพิ่มร้านอาหาร ร้านสุขภาพและความงาม ร้านไลฟ์สไตล์ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมของชุมชน ขณะที่โซน Fresh Food Destination ได้รับการพัฒนาแล้วในสาขารัชดาภิเษก แฟชั่นไอส์แลนด์ สะพานควาย เอกมัย และพัทยา โดยออกแบบให้สอดคล้องกับศักยภาพและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

นอกจากการยกระดับพื้นที่และร้านค้า บิ๊กซียังเติมเต็มประสบการณ์ผ่านกิจกรรมตลอดทั้งปี ทั้งตลาดชุมชน เวิร์กชอป กิจกรรมสำหรับครอบครัว และเทศกาลอาหารระดับนานาชาติ เช่น Japan Fair, New Zealand Fair และเทศกาลผลไม้ไทย เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการได้ตลอดทั้งปี การผสาน Retail, Food, Services และ Community Activities เข้าด้วยกัน กำลังสร้างระบบนิเวศค้าปลีกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบวงจร พร้อมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า ผู้เช่า พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในเวลาเดียวกัน

สำหรับบิ๊กซี การเปลี่ยนผ่านจาก Shopping Destination สู่ Everyday Community Hub ไม่ใช่เพียงการปรับรูปแบบสาขา แต่คือยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวที่มุ่งสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนเลือกกลับมาใช้บริการในทุกวัน ผ่านประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของแต่ละชุมชน พร้อมยกระดับบทบาทของค้าปลีกให้เป็นมากกว่าสถานที่จับจ่าย แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต พบปะ และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจค้าปลีกในอนาคต นายอัศวิน กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ