แบงก์ชาติญี่ปุ่นคงมุมมองเศรษฐกิจ 9 ภูมิภาค ชี้ผลกระทบขัดแย้งตะวันออกกลาง เริ่มคลี่คลาย

ข่าวต่างประเทศ Thursday July 9, 2026 17:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงระดับการประเมินภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ 9 ภูมิภาคทั่วประเทศในการประชุมวันนี้ (9 ก.ค.) โดยระบุว่า ความกังวลว่าวิกฤตในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการผลิตและการส่งออกเริ่มคลี่คลาย แม้จะยังเกิดความล่าช้าในการขนส่งและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในบางส่วน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาครายไตรมาส หรือ รายงานซากุระ ระบุว่า แม้บางพื้นที่ส่งสัญญาณชะลอตัว แต่เศรษฐกิจของทุกภูมิภาคยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยทุกภูมิภาคได้รับการประเมินว่าอยู่ในภาวะ กำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กำลังกระเตื้องขึ้น หรือ กำลังกระเตื้องขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากอุปสงค์ต่อสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม

BOJ ระบุว่า แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านจะส่งผลให้การขนส่งล่าช้าและการจัดหาวัตถุดิบบางส่วนหยุดชะงัก แต่การจัดหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกและการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยลดความเสี่ยงที่การผลิตและการส่งออกจะหดตัวลงอย่างรุนแรง

รายงานดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานสาขาของ BOJ ในภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ โตเกียว โทไก ซึ่งเป็นฐานการผลิตของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมาก รวมถึงภูมิภาคคิงกิ (คันไซ) ซึ่งครอบคลุมโอซากะและเกียวโต ก่อนการประชุมผู้จัดการสาขาของ BOJ เมื่อช่วงเช้าวันนี้

การบริโภคภาคเอกชนยังคงแข็งแกร่งเป็นส่วนใหญ่ โดยยอดขายสินค้าหรูปรับตัวดีตามทิศทางตลาดหุ้น ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าจ้าง ขณะที่ความต้องการเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นก่อนมาตรฐานการประหยัดพลังงานใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.ปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาสินค้าส่งผลให้ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภทลดลง ขณะที่ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูต และนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่หายไปจากวิกฤตในภูมิภาค แม้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นและการท่องเที่ยวภายในประเทศจะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว

BOJ ยังระบุว่า แม้หลายบริษัทปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อรักษาบุคลากร แต่บางบริษัทยังคงเผชิญข้อจำกัดในการผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้า ส่งผลให้ต้นทุนด้านบุคลากรกระทบต่อผลกำไรและทำให้ผู้บริหารบางบริษัทต้องลดการจ้างงาน

โดยภาพรวม ภาคธุรกิจยังคงทยอยส่งผ่านต้นทุนแรงงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้า ขณะที่ต้นทุนด้านพลังงานและวัตถุดิบถูกส่งผ่านไปยังราคาซื้อขายระหว่างภาคธุรกิจในอัตราที่รวดเร็วกว่าปกติ

ทั้งนี้ รายงานซากุระเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ BOJ ใช้ประกอบการพิจารณานโยบายการเงิน โดย BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เมื่อเดือนมิ.ย. และตลาดคาดว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจเร่งตัวจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่า

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ