TIDLOR เดินหน้าลุยธุรกิจนายหน้าประกันภัย ชูInsurTech Platform ปั๊มยอดโตสวนกระแสตลาดรวม

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday July 10, 2026 11:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ. เงินติดล้อ เดินหน้าสร้างสถิติเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยอาศัยจุดแข็งด้านเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) เป็นเสาหลักสำคัญ (Backbone) ในการทลายข้อจำกัด เพิ่มช่องทางการขายและยกระดับงานบริการหลังการขายแบบครบวงจร ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง

นายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่มบมจ.ติดล้อ โฮลดิ้งส์ [TIDLOR] กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากการใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีประกันภัย(InsurTech)ซึ่งเปรียบเหมือนเสาหลัก(Backbone)ที่ทำให้เราสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและบริการให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และยกระดับบริการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าหากเราไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านInsurTechเพื่อเป็นพื้นฐานการดำเนินธุรกิจไว้ก่อนหน้า เราคงเติบโตช้ากว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปัจจุบันที่ตลาดมีความผันผวนสูง

จุดเด่นของธุรกิจนายหน้าประกันภัยของกลุ่มTidlor Holdingsคือความครอบคลุมใน2มิติ ทั้งการมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ครอบคลุมทั้งรถ คน และบ้าน และการออกแบบช่องทางขายและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าทุกรูปแบบ ผ่าน3แบรนด์หลัก

ประกันติดโล่ (Shield Insurance Broker)แบรนด์อันดับ1ด้านบริการFace to Faceโดยวางให้เป็นService Brokerด้วยเป้าหมายยกระดับบริการ ดูแลลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดผ่านพนักงานมืออาชีพกว่า5,000คน จากเครือข่ายสาขาเงินติดล้อที่ปัจจุบันมีมากกว่า1,900 แห่งทั่วประเทศ ไปจนถึงขั้นตอนการเคลม ผ่านCall Centerประกันติดโล่1501ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด24ชั่วโมง ภายใต้สโลแกน สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกค้าผู้ซื้อประกันวินาศภัยกับนายหน้าอาจไม่ได้รับบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน และมีความกังวลเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงเป็นที่มาของการยกระดับบริการCall Centerประกันติดโล่1501โดยตั้งแต่เริ่มต้นให้บริการในเดือน ธ.ค.66-พ.ค.69มีจำนวนลูกค้าที่ติดต่อใช้บริการรวมแล้วมากกว่า260,000ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจในรูปแบบInsurTech Platformผ่านแบรนด์อารีเกเตอร์ (Areegator)แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีSoftware-as-a-Service (SaaS)สำหรับนายหน้าประกันอิสระที่สมัครเป็นสมาชิก ช่วยให้สามารถเข้าถึงระบบบริหารงานขาย ผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลายและมีมาตรฐาน

และแบรนด์เฮ้ กู๊ดดี้ แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล100%สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อประกันด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถเปรียบเทียบเบี้ยและเงื่อนไขได้เองตลอด24ชั่วโมง พร้อมรับความคุ้มครองทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ประกันเดินทาง

ตลาดประกันภัยประเทศไทย โอกาสที่ยังเปิดกว้าง

นายชาญฤทธิ์ มองว่า ตลาดประกันภัยในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยในปี68มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม292,785ล้านบาท และตลาดประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวมสูงถึง676,436ล้านบาท นอกจากนี้ ประเทศไทยมีรถจดทะเบียนมากกว่า45ล้านคัน แต่ราวครึ่งหนึ่งยังไม่มีประกันภัยภาคสมัครใจ สะท้อนถึงโอกาสในการขยายการเข้าถึงความคุ้มครองของประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรวมต่อGDPของประเทศไทยอยู่ที่5% (ประกันชีวิต3.5%และประกันวินาศภัย1.5%)ซึ่งถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ที่มีสัดส่วนมากกว่า10%สะท้อนถึงโอกาสเติบโตที่ยังเปิดกว้างทั้งในกลุ่มประกันวินาศภัยและประกันชีวิต

ด้วยเหตุนี้ นอกจากการขับเคลื่อนสร้างการเติบโตให้ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย เฉลี่ย5%-10%ต่อปี อย่างต่อเนื่องแล้ว ในปีนี้บริษัทฯ ยังมีแผนขยายธุรกิจสู่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต(Life Insurance)ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดสู่การเป็นนายหน้าประกันภัยครบวงจร เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ