นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บมจ.แสนสิริ [SIRI] กล่าวว่า แผนครึ่งปีหลังของปี 69 บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียม 9 โครงการ ยังเน้นการบริหารโครงการพร้อมอยู่ควบคู่กับการเปิดโครงการขนาดใหญ่ระดับ Iconic ในทำเลศักยภาพสูง ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต
ไฮไลต์สำคัญ กลุ่มโครงการแนวราบ จะเปิดตัวบ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่พร้อมกัน 3 โครงการ ได้แก่ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง, เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ และ บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา พร้อมเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริ และราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้ ซึ่งเป็นมหาอาณาจักรที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดของแสนสิริ รวมทั้งยายการลงทุนตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์ เดอะ เทลส์ (The Tales) เตรียมเปิดให้เข้าชมเร็วๆนี้
ส่วนคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ บริษัทจะยังเดินหน้าเปิดโครงการต่อเนื่อง โดยเริ่มจากเตรียมเปิด คอนโดมิเนียม เดอะ โมนูเมนต์ สาทร (The Monument Sathon) โครงการใหม่แบรนด์เฮาส์ (HAUS) ใน T77 และ แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล และการบุกทำเลทองที่ภูเก็ต
นายวิชาญ กล่าวว่า ภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว สะท้อนจากข้อมูลหลังบ้าน ทั้งยอดขาย ยอดโอนกรรมสิทธิ์ และปัจจัยที่สำคัญ คือ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกกำลังซื้อ ทั้งกลุ่ม Real Demand และกลุ่มนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีแรกชี้ให้เห็นว่าภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทาย ซึ่งบริษัทที่มีความพร้อมด้านพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกเซกเมนต์ มีโปรดักต์พร้อมอยู่รองรับความต้องการทันที และมี Backlog ในมือที่แข็งแกร่ง เป็นผู้ที่ได้เปรียบและสามารถคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
สำหรับในครึ่งปีแรกของปี 69 SIRI ทำยอดขายรวมได้สูงถึง 2.55 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 4.8 หมื่นล้านบาท และทะลุเป้าหมายครึ่งปีแรกตามแผนดำเนินงาน สะท้อนความไว้วางใจสูงสุดของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์แสนสิริ รวมถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มีต่อการออกหุ้นกู้ของบริษัทตลอดช่วงที่ผ่านมา
โดยในช่วงครึ่งปีแรก SIRI สามารถปิดการขายไปแล้วถึง 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท และมีโครงการเตรียมปิดการขายเพิ่มอีก 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะโครงการแนวราบของ SIRI ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด
ขณะที่การส่งมอบโครงการแนวสูงพร้อมอยู่ในกลุ่มพรีเมียม เพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพระดับสูง ควบคู่กับการเปิดแบรนด์ใหม่ และนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้ง พร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ผลงานของแสนสิริในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างสูง
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล