กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 19 จังหวัด ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 10 -15 ก.ค. 69 โดยประสานจังหวัดพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้พร้อมรับผู้อพยพ และให้การช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 10-15 ก.ค. 69) ฉบับที่ 2 (118/2569)
โดยประกาศดังกล่าว ระบุว่า ในช่วงวันที่ 10-15 ก.ค. 69 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
โดยในช่วงวันที่ 11-14 ก.ค. 69 ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 10-15 ก.ค. 69 แยกเป็น
*พื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม
- ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และจังหวัดกระบี่
*พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
- ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (อ.เมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง และ อ.สัตหีบ), ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านฉาง และ อ.แกลง), จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ และ อ.ขลุง) และตราด (อ.เมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง และ อ.เกาะกูด)
- ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง (อ.เมืองระนอง สุขสำราญ และ อ.กะเปอร์), พังงา (อ.เกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี), ภูเก็ต (ทุกอำเภอ), กระบี่ (อ.เมืองกระบี่ คลองท่อม เกาะลันตาเหนือคลอง และ อ.อ่าวลึก), ตรัง (อ.กันตัง สิเกา ปะเหลียน และ อ.หาดสำราญ) และสตูล (อ.เมืองสตูล ละงู ท่าแพ และ อ.ทุ่งหว้า)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 19 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นเสี่ยงภัย ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงให้ประกาศแจ้งเตือน และปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศ หรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด
พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้ประสานจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรับผู้อพยพ และให้หน่วยงานที่จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพให้เพียงพอสำหรับศูนย์พักพิงฯ และให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์