ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 18.48 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ บวก 47 จุด หรือ 0.09% สู่ระดับ 52,808 จุด
อย่างไรก็ดีดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] มีแนวโน้มปรับตัวลง 0.8% ในสัปดาห์นี้ ส่วนดัชนี S&P 500 [SP500.X] และ Nasdaq [NASDAQ.X] มีแนวโน้มดีดตัว 0.8% และ 1.5% ตามลำดับ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านได้ติดต่อสหรัฐเพื่อขอทำข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของกาตาร์และปากีสถานกำลังพยายามผลักดันให้สหรัฐและอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าการเจรจาในระดับเทคนิคต่อไป แม้มีการโจมตีทางอากาศตอบโต้กันก็ตาม โดยสำนักข่าว MS Now รายงานว่า สหรัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะหาทางออกต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปอ่อนตัวลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ก่อนที่บริษัท SK Hynix ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ จะเปิดตัวทำการซื้อขายตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (American Depositary Receipts ADRs)ในตลาด Nasdaq ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลที่ว่า นักลงทุนจะเทขายหุ้นกลุ่มหน่วยความจำของสหรัฐเพื่อดึงเงินลงทุนสำหรับรองรับการเสนอขาย ADRs ของ SK Hynix ส่งผลให้หุ้น Micron Technology, Marvell Technology และ Lam Research ต่างปรับตัวลงราว 1% ขณะที่หุ้น Intel ร่วงลง 2% ส่วนหุ้น Nvidia, Broadcom และ AMD ต่างปรับตัวในแดนลบเช่นกัน
นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ รวมทั้งการกล่าวถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า
นายวอร์ชมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า โดยจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารที่ 14 ก.ค. และต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันพุธที่ 15 ก.ค.
การกล่าวแถลงการณ์ทั้ง 2 วันจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายวอร์ช ซึ่งจะเป็นการเข้าให้การต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CMEGroup บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 77.0% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 61.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ