นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9.2 บริเวณนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2547 ส่งผลให้แผ่นดินในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ค่อย ๆ ทรุดตัวลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบุแม้อัตราการทรุดตัวจะอยู่ที่เพียงไม่กี่มิลลิเมตรต่อปี แต่เป็นเรื่องสำคัญที่จะนำปัจจัยดังกล่าวมาประกอบการศึกษาการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล และการวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
งานวิจัยซึ่งนำโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ของสิงคโปร์ เผยให้เห็นว่า แรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ในสุมาตราไม่เพียงทำให้แผ่นดินในสิงคโปร์ทรุดตัวลงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและไทยด้วยเช่นกัน โดยคณะนักธรณีวิทยาพบว่า พื้นดินยังคงมีการเคลื่อนตัว แม้ในพื้นที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวออกไปไกลกว่า 600 กิโลเมตร
หนังสือพิมพ์เดอะสเตรตไทมส์ของสิงคโปร์รายงานว่า งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Communications Earth & Environment และทางมหาวิทยาลัย NTU ได้แถลงเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา
คณะวิจัยเตือนว่า หากไม่มีการคำนวณปัจจัยด้านการทรุดตัวและการยกตัวของแผ่นดิน หรือที่เรียกว่าการเคลื่อนที่ของแผ่นดินในแนวดิ่ง (Vertical Land Motion) อาจทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยบริเวณชายฝั่งในพื้นที่ลุ่มต่ำต่ำกว่าความเป็นจริงได้
เกรซ อึ้ง หัวหน้าคณะผู้จัดทำรายงานวิจัย กล่าวว่า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ มันไม่ใช่แค่เขย่าพื้นดินไม่กี่นาที แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการปรับตัวอย่างช้า ๆ ลึกลงไปใต้เปลือกโลก ซึ่งกระบวนการนี้สามารถดำเนินต่อไปนานหลายปี
คณะนักวิจัยเชื่อมโยงการเคลื่อนตัวนี้กับการอ่อนตัวของชั้นเนื้อโลก (Mantle) ที่อยู่ใต้เปลือกโลกบริเวณที่เรียกว่า แนวหลังสุมาตรา (Sumatran backarc) ซึ่งเป็นพื้นที่ทอดตัวเป็นวงกว้างอยู่หลังแนวภูเขาไฟของสุมาตรา และยังเป็นที่ตั้งของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย
เพื่อให้เข้าใจถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นใต้พื้นพิภพ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนตัวของพื้นดินย้อนหลังไปถึงสองทศวรรษ จากสถานีระบบดาวเทียมนำทางระดับโลก (GNSS) ทั่วสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย จากนั้นจึงนำบันทึกเหล่านี้ไปเปรียบเทียบกับแบบจำลองคอมพิวเตอร์ของชั้นโลกต่าง ๆ
พวกเขาค้นพบว่า การเคลื่อนตัวที่สังเกตได้นั้น สามารถอธิบายได้ด้วยสมมติฐานเดียวคือ เนื้อโลกชั้นบนที่อยู่ใต้แนวหลังสุมาตรานั้นมีความอ่อนตัวมากพอที่จะไหลตัวอย่างช้า ๆ ตามกาลเวลา และเมื่อมวลสารใต้ดินนี้เคลื่อนตัวออกไป เปลือกโลกด้านบนซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองต่าง ๆ บนแนวหลังสุมาตราจึงทรุดตัวลง
ในปัจจุบัน การนำการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงของพื้นดินที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมาใช้ประกอบการประเมินระดับน้ำทะเลในแต่ละพื้นที่นั้นยังอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยนิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกาแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่เริ่มนำปัจจัยดังกล่าวมาพิจารณาแล้ว
เอ็มมา ฮิลล์ ผู้วิจัยอาวุโสในทีมวิจัย กล่าวว่า แบบจำลองการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยด้านภูมิอากาศเป็นหลัก เช่น การละลายของน้ำแข็ง และการอุ่นขึ้นของมหาสมุทร อย่างไรก็ตาม การศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่า การทรุดตัวของแผ่นดินหลังเกิดแผ่นดินไหว เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ในภูมิภาค ดังนั้นการนำการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาในชั้นลึกเหล่านี้มารวมเข้ากับแบบจำลอง จะช่วยให้เราปรับปรุงการวางผังเมืองชายฝั่งสำหรับเมืองที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำได้ดีขึ้น
โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช