จีนได้ประกาศขับ หม่า ซิงรุ่ย อดีตสมาชิกคณะกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน ส่งผลให้เขากลายเป็นสมาชิกปัจจุบันรายที่ 3 ของคณะผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของประเทศที่ถูกกวาดล้างนับตั้งแต่ปี 2568 ในขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินหน้ายกระดับมาตรการต่อต้านการทุจริตอย่างเข้มข้น
รายงานระบุว่า หม่า ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานส่วนกลางด้านงานชนบท ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาต้องสงสัยว่า ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นคำศัพท์สุภาพที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้เรียกแทนการทุจริตคอร์รัปชัน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะผู้สอบสวนพบว่า หม่าได้แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นในการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการ รวมถึงจัดแจงตำแหน่งงานให้แก่ผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสม
รายงานระบุว่า หม่า สมรู้ร่วมคิด ละเลยที่จะตรวจพบ และล้มเหลวในการควบคุมการละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง รวมถึงพฤติกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาใกล้ตัว
เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ประกาศสอบสวน กัว หย่งหาง อดีตหัวหน้าคณะทำงานของหม่า ในช่วงที่หม่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองเซินเจิ้น ระหว่างปี 2558-2559 โดยกัวเติบโตในเส้นทางการเมืองของมณฑลกวางตุ้งในช่วงที่หม่าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของจีน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จำนวนมากในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหลังจากที่หม่าเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำภูมิภาคชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือแห่งนี้ในช่วงปลายปี 2564 ก็ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเช่นเดียวกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า หม่ายังได้รับของขวัญอย่างผิดกฎหมาย ช่วยเหลือญาติพี่น้องในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และมีพฤติกรรมใช้อำนาจและเงินตราแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางเพศ
จีนระบุว่า หม่าปล่อยปละละเลยให้สมาชิกในครอบครัวใช้อิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ของตนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรมที่ทางการอธิบายว่าเป็น การทุจริตเชิงครอบครัว ขนานใหญ่ ทั้งยังรับเงินและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวไม่ได้ระบุจำนวนตัวเลขเงินที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
การประกาศขับนายหม่าออกจากพรรคในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับครั้งล่าสุดในแผนปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายปีของปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งได้กวาดล้างข้าราชการระดับสูงทั้งในพรรค รัฐบาล และกองทัพไปแล้วเป็นจำนวนมาก
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช