นักบริหารเงิน จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.51 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.51/53 บาท/ดอลลาร์
โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.48 33.54 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวอ่อนค่า ตลาดจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง
สำหรับคืนนี้ ตลาดรอติดตามถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย. ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3.8% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งถ้าออกมาสูงกว่าที่คาด ทำให้ตลาดมองว่ามีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม ส่งผลให้ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าได้
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40 33.65 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.17 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.35/42 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1387/1390 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,626.03 จุด ลดลง 1.87 จุด (-0.11%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 82,003.75 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,995.71 ล้านบาท
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า ยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วัน ปรับเป็น 30 และ 15 วัน แยกสิทธิรายประเทศ ลดช่องโหว่อาชญากรรม-รักษาสมดุลท่องเที่ยว และความมั่นคง
รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ว่า เป็นปัจจัยภายนอกที่น่ากังวล เนื่องจากสถานการณ์นี้ มีความไม่แน่นอนสูง และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพในประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง แม้จะมีบางช่วงที่ราคาปรับลดลง แต่ราคาอาหารปรุงสำเร็จหรือ ข้าวแกงในประเทศมักปรับตัวสูงขึ้นแล้วไม่ยอมลดลงตาม เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนข้าวแกงประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งค่าเช่าที่ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งภารกิจหลักของกระทรวงคือ ดูแลราคาวัตถุดิบและสินค้าจำเป็นไม่ให้ปรับขึ้นเกินสมควรตามโครงสร้างต้นทุนจริง
GCAP GOLD ทองคำมีแนวโน้มผันผวนหนัก ชี้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปะทุ จับตาสัญญาณเงินเฟ้อและถ้อยแถลงประธานเฟดคนใหม่คุมทิศทางตลาด ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินหากราคายังยืนเหนือแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ได้ มีโอกาสสร้างฐานและฟื้นตัวจากแรงซื้อที่กลับเข้ามา
ผลสำรวจล่าสุดเผยว่า ชาวอเมริกันเกือบ 8 ใน 10 มองว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยืดเยื้อ หลังการสู้รบกลับมารุนแรงและข้อตกลงหยุดยิงเริ่มสั่นคลอน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมเรืออิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) คาดการณ์ล่าสุดว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปี 69 จะขยายตัวขึ้น 800,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับทบทวนเพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดือนมิ.ย. ที่โอเปกเคยคาดการณ์ไว้ว่า อุปสงค์น้ำมันโลกจะเติบโตขึ้น 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน