ผู้ว่าฯ ธปท.จับตาสงครามใกล้ชิด ยอมรับหากยืดเยื้อรุนแรง เสี่ยงกระทบ GDP-เงินเฟ้อไทย

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday July 14, 2026 17:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ซึ่งมีผลต่อสถานการณ์ขนส่งสินค้าบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ประเมินว่าเป็นปัจจัยระยะสั้นที่มีความไม่แน่นอน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากความขัดแย้งสามารถกลับมาสงบได้ในระยะเวลาอันสั้น ก็ประเมินว่าไม่น่าจะมีผลกระทบที่มีนัยสำคัญ แต่ยอมรับว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น หรือยืดเยื้อยาวนานออกไป อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยได้

ส่วนประเด็นการเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20% จะมีผลกระทบต่อประมาณการเศรษฐกิจของไทยปีนี้ ที่ ธปท. เคยคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.3% หรือไม่นั้น ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่ชัดเจน เนื่องจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน ในรอบใหม่นี้เพิ่งเกิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วัน

อาจจะยังเร็วไปที่จะประเมิน ที่เพิ่งยิงกันมา 2-3 วัน แล้วก็ประกาศจะเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องคอยดูสถานการณ์ให้ชัดก่อนว่าจะส่งผลอย่างไร แต่เราก็ติดตามกันอย่างใกล้ชิด และไม่ได้มีความกังวลอะไรมาก นายวิทัย กล่าว

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงนี้ นายวิทัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทอ่อนค่าไปประมาณ 5-6% ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค โดยมีทั้งประเทศที่อ่อนค่ามากกว่า และน้อยกว่าไทย ทำให้สถานการณ์ค่าเงินของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค

เงินบาทอ่อนประมาณ 5-6% ไม่ได้อ่อนแตกต่างจากค่าเงินในภูมิภาค เราก็อยู่ในสถานการณ์ที่กลาง ๆ แต่อ่อนมาประมาณ 5-6% ก็สามารถสนับสนุนการส่งออกได้ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ