ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.48 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปิดของวันก่อนที่ระดับ 33.53 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง และมีจังหวะแข็งค่าขึ้นทะลุโซน 33.50 บาท/ดอลลาร์ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนมิ.ย. ชะลอลง และต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่
คืนนี้ ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมิ.ย., ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจจาก FED สาขาต่างๆ เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงได้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น แต่หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นมาก มองว่าความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่ลดลงบ้าง จะช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้ อย่างน้อยในระยะสั้น
เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งอาจต้องอาศัยทั้งรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ควรมีทิศทางดีขึ้น นายพูน ระบุ
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์
SPOTล่าสุดอยู่ที่ระดับ 33.4975 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.03 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 162.17 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 11430 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1400 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.508 บาท/ดอลลาร์
แบงก์ชาติ จับตาใกล้ชิด หลังสงครามตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกรอบ รับห่วงหากสถานการณ์ยืดเยื้อหวั่นกระทบอัตราเงินเฟ้อ-การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ชี้บาทไทยอ่อนค่า 5-6% ยังไม่น่ากังวล มองเป็นผลดีภาคส่งออก-ท่องเที่ยว
คลัง กางโรดแมป 4 บิ๊กนโยบาย โชว์ศักยภาพไทยบนเวทีโลก ประชุม World Bank IMF 12-18 ตุลาคมนี้ ชูบทบาทตัวเชื่อมเศรษฐกิจ ผู้นำ Wellness สากล เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ยกระดับเศรษฐกิจ ด้านธปท. เสนอศักยภาพการพัฒนาโลกการเงินยุคใหม่
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. โดยการชะลอตัวของดัชนี CPI เดือนมิ.ย. มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงในเดือนดังกล่าว
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 58.3% ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก่อนสิ้นปีนี้
เควิน วอร์ช ประธานเฟดได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) โดยเขาให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการเงินให้ถูกต้อง และเอาชนะเงินเฟ้อที่ได้สร้างความท้าทายให้กับเฟดมาโดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เขาเชื่อว่าการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เฟื่องฟูจะช่วยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (14 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (14 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และมีความหวังเพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงิน
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนพ.ค.
นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในวันนี้เช่นกัน โดยวอร์ชมีกำหนดแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน