นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มักทวีความรุนแรง และเกิดเหตุถี่ขึ้น ว่า รัฐบาลได้ติดตามและหามาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชน นอกเหนือจากแนวทางที่รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างเดียว โดยมีเป้าหมายคือ ทำอย่างไรที่จะทำให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยมากขึ้น จึงมีการพูดถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนในเรื่องการทำประกันภัยพิบัติ ว่า ภาคเอกชนจะสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนได้อย่างไร
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวร่วมกับกระทรวงการคลัง คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งหลักการเบื้องต้น จะเหมือนกับแนวทางของประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับภัยจากเหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วม และวาตภัย ถ้ามีบริษัทเข้ามารับประกันภัย จะช่วยลดภาระด้านงบประมาณในส่วนนี้ได้ รวมถึงหากเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด เอกชนจะสามารถจ่ายเงินได้รวดเร็วกว่าภาครัฐ
นายปกรณ์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนต้องการจะดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่ประชาชนผู้เสียหาย จะได้รับประโยชน์จากการได้รับเงินชดเชยเร็วขึ้น และในจำนวนเงินที่มากขึ้น
สมมติถ้าเกิดความเสียหาย รัฐสั่งจ่าย 9,000 บาท แน่นอนว่าไม่เพียงพอ เพราะการซ่อมแซมบ้าน จะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่านั้น และก็เป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะจ่ายได้ขนาดนั้น จึงเป็นที่มาของแนวคิดประกันภัยพิบัติ นายปกรณ์ กล่าว
พร้อมระบุว่า โมเดลของประเทศญี่ปุ่น กรณีเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหว บริษัทประกันจะจ่ายก่อนด้วยความรวดเร็ว เท่ากับความเสียหายจะได้รับการชดเชยเร็ว ซึ่งแต่ละพื้นที่เบี้ยประกันภัยจะแตกต่างกัน เพราะมีความเสี่ยงที่จะประสบภัยไม่เท่ากัน การให้บริษัทเอกชนเข้ามารับประกันภัย ข้อดีคือ การจ่ายเงินจะมีความรวดเร็ว เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดจะจ่ายได้ทันที
ปัจจุบัน เวลาเบิกจ่ายงบประมาณแต่ละครั้ง จะมีความยุ่งยาก บางครั้งมีความล่าช้า ทำให้ผู้ประสบภัยเดือดร้อนมาก และได้เงินนิดเดียว เพราะรัฐจ่ายแบบครอบคลุม แต่หากเป็นการจ่ายลักษณะเบี้ยประกันภัย จะมีเพดานการจ่าย จ่ายเพิ่มเติมเท่าไรหรือจ่ายปกติเท่าไร หากเกินกว่านั้น บริษัทประกันไม่รับ ก็เป็นส่วนที่ต้องมาดูว่า รัฐจะช่วยได้เท่าไร ซึ่งจำนวนไม่มากแล้ว ถือเป็นการช่วยลดภาระทางการคลัง ยืนยันว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่ว่ารัฐไม่ดูแล รัฐยังดูแล แต่เป็นการดูแลที่เป็นประโยชน์มากกว่า นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายหารือกันเบื้องต้นแล้ว อยู่ในขั้นตอนสรุปตัวเลขเพื่อนำเสนอหลักการต่อ ครม. ว่าจะใช้แบบเดียวกับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนได้เร่งให้ดำเนินการ เพื่อจะได้เสนอหลักการต่อที่ประชุม ครม.โดยเร็วที่สุด
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์