ค่าเงินบาท [USDTHBX] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.61 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.48 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทแตะ 33.64 บาท/ดอลลาร์ ถือว่าเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การที่เงินบาทอ่อนค่าไปเร็ว เนื่องจากเป็นไปตามทิศทางของดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกเร่งตัวขึ้น ประกอบกับปัจจัยที่ราคาทองคำตลาดโลกร่วงลง ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าไปค่อนข้างเร็ว
คืนนี้ สหรัฐฯ จะมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ตลาดให้ความสนใจ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า ให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.50 33.75 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 162.32 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 162.03 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1420 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1430 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,630.21 จุด เพิ่มขึ้น 4.18 จุด (+0.26%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 86,236.86 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 952.50 ล้านบาท
ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้ความเสี่ยงที่ต้องติดตามในครึ่งปีหลัง คือเรื่องหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่มีแนวโน้มขยับสูงขึ้น จากธุรกิจ SMEs และรายย่อย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ดี ทั้งนี้ แม้จะประเมินว่า NPL อาจขยับสูงขึ้นบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้และบริหารจัดการได้ ผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯ ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.กำลังศึกษาและเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่อง ThaiBaht Stablecoin เพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ โดยย้ำว่าไม่ใช่การสร้างเงินตราสกุลใหม่ แต่เป็นกลไกทางพัฒนาระบบการเงินที่สามารถนำไปใช้ในกรณีต่าง ๆ เช่น Programmable Payment เพื่อช่วยลดต้นทุนการโอนเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยผู้ออก Stablecoin จะต้องได้รับใบอนุญาต (License) จาก ธปท. ซึ่งมีจำนวนจำกัด โดยกำลังพิจารณาว่าจะให้ใบอนุญาตกี่ราย
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/69 เริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้น หลังผ่านช่วงอ่อนแรงสุดของปีในไตรมาส 2/69 โดยปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก สหรัฐ-อิหร่านลงนามสัญญาพักรบชั่วคราว แม้จะมีโอกาสกลับมาสู้รบกันใหม่ การส่งออกของไทยเป็นแรงหนุนสำคัญ และมาตรการภาครัฐช่วยประคองกำลังซื้อ
สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานในวันนี้ (15 ก.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 5% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5% เนื่องจากการลงทุนชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การบริโภคยังคงอยู่ในภาวะซบเซา
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ขู่ปิดเส้นทางส่งออกอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอีกครั้ง
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในคืนนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน