ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (20-24 ก.ค.) ที่ระดับ 33.30-33.90 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม ECB ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกท่ามกลางความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ หลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา
เงินบาทยังคงอ่อนค่าลงจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครึ่ง ที่ 33.64 บาท/ดอลลาร์ ตามการร่วงลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สวนทางเงินดอลลาร์ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาค่อนข้างดี (อาทิ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย) ซึ่งหนุนการคาดการณ์ของตลาดว่า แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงเป็นแบบคุมเข้มในระยะข้างหน้าเพื่อสกัดความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 69 เงินบาทปิดตลาดที่ 33.63 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับภาคการผลิตและบริการในเดือนก.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูล PMI (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ของญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซนด้วยเช่นกัน
โดย รัชดา คงขุนเทียน