ออมพลัส คือ โอกาส ครั้งใหม่ของคนไทย เมื่อพันธบัตรรัฐบาลไม่ใช่เรื่องของคนมีเงินก้อนอีกต่อไป แต่เป็นการลงทุนที่เข้าถึงได้ผ่านบัญชีหุ้น ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นแค่ 1 พันบาท
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากพูดถึง พันธบัตรรัฐบาล หลายคนมักนึกถึงการลงทุนสำหรับผู้ที่มีเงินก้อนใหญ่ ต้องไปธนาคาร ต้องรอช่วงเปิดขาย หรือบางครั้งเมื่อรู้ข่าวอีกทีก็ขายหมดไปแล้ว ทำให้สินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเสี่ยงต่ำที่สุดประเภทหนึ่ง กลับเป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยรู้จัก แต่ยังเข้าไม่ถึง
วันนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป
การเกิดขึ้นของ Bond Connect Platform ที่นำโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยมาต่อยอด เป็นช่องทางใหม่ในการจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีซื้อขายหุ้น ถือเป็นการเปิด โอกาส ครั้งสำคัญให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายกว่าเดิม และที่สำคัญคือ เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น
เพียงมีบัญชีหุ้น ก็สามารถจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 24 แห่ง ทั้งช่องทางดิจิทัล สาขา หรือผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้ โดยใช้วงเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท เท่านั้น
นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในมุมของเทคโนโลยีฝั่งตลาดทุน แต่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมุมของโอกาสสำหรับประชาชน หรือประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ที่จะมีการขายพันธบัตรรัฐบาลผ่านตลาดหุ้น
ที่ผ่านมา คนที่อยู่ในตลาดหุ้นกับคนที่ลงทุนพันธบัตร มักเป็นคนละกลุ่มกัน นักลงทุนหุ้นคุ้นเคยกับการซื้อขายผ่านแอป ขณะที่ผู้ลงทุนพันธบัตรต้องอาศัยช่องทางธนาคารหรือผู้จัดจำหน่ายเฉพาะแห่ง
เมื่อทั้งสองโลกถูกเชื่อมเข้าหากันผ่านโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน การเข้าถึงสินทรัพย์จึงง่ายขึ้นทันที
ลองนึกภาพนักลงทุนวัยเริ่มทำงานคนหนึ่งที่เปิดบัญชีหุ้นไว้เพื่อออมเงินระยะยาว เดิมทีเงินในพอร์ตอาจถูกนำไปซื้อหุ้นหรือกองทุนเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อมีช่องทางให้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีเดิม เขาก็สามารถแบ่งเงินบางส่วนมาสร้างความมั่นคงให้พอร์ตได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ ไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่ และไม่ต้องเดินทางไปทำธุรกรรมหลายแห่ง
โอกาสจึงไม่ได้อยู่แค่ มีสินทรัพย์ให้ลงทุนเพิ่ม
แต่คือการลดอุปสรรคที่เคยทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงสินทรัพย์ประเภทนี้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ การกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ตัวเลขนี้มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด
ในอดีต หลายคนมองว่าการลงทุนในพันธบัตรเป็นเรื่องของคนที่มีเงินหลักแสนหรือหลักล้าน แต่เมื่อเริ่มต้นได้เพียงหลักพัน ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไป
นักศึกษา ที่เพิ่งเริ่มออมเงิน พนักงานเงินเดือนที่เพิ่งเริ่มลงทุน หรือประชาชนทั่วไป สามารถเริ่มสะสมพันธบัตรรัฐบาลได้ทีละเล็กทีละน้อย
หลักการนี้คล้ายกับการทำให้ตลาดทุน เปิดประตูให้กว้างขึ้น ยิ่งคนเข้าถึงได้มาก ตลาดก็ยิ่งแข็งแรงในระยะยาว และทำให้เกิดภาพของการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในตลาดทุน
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความเท่าเทียมในการเข้าถึง การนำแนวคิด Small Lot First มาใช้ กล่าวคือ ระบบจะจัดสรรขั้นต่ำให้ผู้จองซื้อทุกคนก่อน
แนวคิดนี้ช่วยลดปัญหาที่บางคนกังวลว่า คนที่มีเงินมากจะได้สิทธิก่อนเสมอ
แม้ผู้ลงทุนจะมีวงเงินลงทุนแตกต่างกัน แต่ทุกคนมีโอกาสได้รับการจัดสรรขั้นต่ำก่อนอย่างเท่าเทียม แล้วจึงพิจารณาจัดสรรส่วนที่เหลือตามหลักเกณฑ์
นี่คือการออกแบบระบบที่ไม่ได้มองเพียงประสิทธิภาพ แต่ยังคำนึงถึง ความเป็นธรรม ของผู้ลงทุนรายย่อยอีกด้วย
เมื่อซื้อพันธบัตรแล้ว ระบบยังช่วยให้การติดตามและบริหารจัดการสะดวกขึ้น
เนื่องจากเป็นระบบ Scripless 100% ไม่มีใบพันธบัตรแบบกระดาษ ทุกอย่างอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจสอบข้อมูลการถือครองผ่านแอป wiset ซึ่งรวบรวมข้อมูลการลงทุนไว้ในพอร์ตเดียว ทำให้ผู้ลงทุนเห็นภาพรวมของสินทรัพย์ได้ง่ายขึ้น
จากเดิมที่ข้อมูลอาจกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง วันนี้สามารถตรวจสอบได้สะดวกมากขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล
ที่สำคัญ ระบบไม่ได้จบเพียงวันที่จองซื้อ
หลังถือครองครบ 6 เดือน ผู้ลงทุนยังสามารถนำพันธบัตรออกซื้อขายใน ตลาดรองผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้น โดยใช้รอบการชำระราคา T+2
การมีตลาดรองทำให้พันธบัตรไม่ได้เป็นสินทรัพย์ที่ต้องถือจนถึงวันครบกำหนดเสมอไป
หากผู้ลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือต้องการปรับพอร์ต ก็สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับการลงทุน
นอกจากนี้ การมีราคาซื้อขายในตลาดรองยังทำให้เกิดราคากลางที่เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้
ผู้ลงทุนสามารถเห็นระดับราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด แทนที่จะต้องอาศัยการประเมินราคาจากหลายแหล่งเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนมีข้อมูลประกอบมากขึ้น
อีกหนึ่งประโยชน์ที่หลายคนอาจมองข้าม คือ พันธบัตรที่ถือครองสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) เพื่อสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นหรืออนุพันธ์ได้ตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ หมายความว่า สินทรัพย์ที่เคยมองว่าเป็นเพียงการออม ยังสามารถสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตได้มากขึ้น
หากมองในภาพใหญ่ การเชื่อมต่อครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางขายพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเงินและตลาดทุนเข้าด้วยกัน
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐบาล ผู้จัดจำหน่าย ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ประชาชนสามารถใช้บัญชีหุ้นที่มีอยู่แล้วเป็นประตูเข้าสู่การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลได้
ยิ่งประชาชนเข้าถึงสินทรัพย์การลงทุนที่หลากหลายได้มากเท่าไร การวางแผนการเงินระยะยาวก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลองเปรียบเทียบกับการเดินทาง
ในอดีต หากต้องการไปยังจุดหมายแห่งหนึ่ง อาจมีถนนเพียงสายเดียว ทำให้คนจำนวนมากเดินทางได้ไม่สะดวก
แต่เมื่อมีถนนเพิ่ม มีรถไฟเพิ่ม หรือมีทางด่วนเพิ่ม จุดหมายเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ คนที่ไปถึง มีจำนวนมากขึ้น
ตลาดพันธบัตรรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน ถือเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง แต่เป็นการสร้าง ช่องทางใหม่ ทำให้ประชาชนจำนวนมากมี โอกาส เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
สิ่งที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้อาจไม่ใช่จำนวนเงิน 1,000 บาท ไม่ใช่การซื้อผ่านแอป หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่ทันสมัย
แต่คือการทำให้คำว่า โอกาส กระจายไปถึงประชาชนได้กว้างกว่าเดิม
เพราะตลาดทุนที่แข็งแรง ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ลงทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่คน แต่เกิดจากการที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงเครื่องมือการลงทุนที่มีคุณภาพได้อย่าง ง่าย สะดวก โปร่งใส และเท่าเทียม
และการเปิดช่องทางใหม่ให้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีหุ้น กำลังเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ โอกาส ในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนบางกลุ่มอีกต่อไป แต่เปิดกว้างสำหรับคนไทยทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นลงทุน แม้จะมีเงินเพียง 1,000 บาท ก็ตาม
โดย ธิติ ภัทรยลรดี