นายแอนดี เบอร์แนม ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในวันนี้ หลังจากที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ที่พระราชวังบักกิงแฮม
นายเบอร์แนมให้คำมั่นว่า เขาจะนำความหวังกลับคืนสู่สหราชอาณาจักร และจะผลักดันการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเขาจะประกาศแผนปฏิรูประยะเวลา 10 ปี เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ในการกล่าวคำปราศรัยหน้าบ้านพักนายกรัฐมนตรี ถนนดาวนิง นายเบอร์แนมระบุว่า
ผมเพิ่งเดินทางกลับจากพระราชวังบักกิงแฮม ซึ่งผมได้รับพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ให้จัดตั้งรัฐบาล
ในการรับหน้าที่ครั้งนี้ ผมตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ผมคือบุคคลคนที่ 6 ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เดินบนถนนสายนี้ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2016 ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสแห่งการทบทวนและการตั้งปณิธานใหม่
สิ่งนี้เรียกร้องให้นักการเมืองในรุ่นของผมยกระดับการทำงานของเรา และก้าวขึ้นมารับมือกับความท้าทายครั้งใหม่
สหราชอาณาจักรจำเป็นต้องแสดงให้โลกเห็นว่า เราสามารถฟื้นคืนเสถียรภาพของประเทศได้อีกครั้ง และนั่นคือภารกิจของเรา คือการทำให้การเมืองกลับมาทำงานเพื่อประชาชน และทำให้มันทำงานได้ดีกว่าที่เคย
ผมทราบดีว่าประชาชนในประเทศรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมือง ผมได้ยินเสียงของทุกท่าน และผมอยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเรายังทำได้ไม่ดีพอ และเราจำเป็นต้องทำให้ดีกว่านี้ ซึ่งเราจะทำได้
เราจะทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจุดเปลี่ยนของสหราชอาณาจักร ด้วยการผลักดันการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
ในช่วงทศวรรษ 1980 สหราชอาณาจักรได้เดินผิดทางในหลายเรื่อง อำนาจทางการเมืองถูกรวมศูนย์ อำนาจทางเศรษฐกิจถูกแปรรูป และพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศต้องเผชิญกับการเสื่อมถอยของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้
ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าพื้นที่ของตนยังคงตกอยู่ในภาวะถดถอย และไม่มีศักยภาพที่จะพลิกฟื้นได้ นั่นคือเหตุผลที่เราจะเปลี่ยนแปลงการเมือง ให้เป็นการเมืองที่ร่วมมือกันมากขึ้น มุ่งแก้ไขปัญหามากกว่าการแข่งขันเพื่อเอาชนะกันทางการเมือง
เราจะกระจายอำนาจออกจากที่นี่ ส่งต่อไปยังทุกพื้นที่ ทุกรหัสไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อให้ชุมชนต่าง ๆ มีอำนาจในการดำเนินการมากขึ้น และเมื่อพวกเขาทำได้มากขึ้น ก็จะสามารถสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ โดยนำบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตกลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสมอีกครั้ง พร้อมทั้งฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักรผ่านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่สนับสนุนอุตสาหกรรมของประเทศ
ภายในปีนี้ ผมจะนำเสนอแผนใหม่สำหรับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นแผนระยะเวลา 10 ปี ที่จะกำหนดเส้นทางจากจุดที่เราอยู่ในวันนี้ ไปสู่จุดที่ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องการเห็น ไม่ว่าเราจะมาจากที่ใด หรือสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ตาม
แต่ในเวลานี้ ผมสามารถทำบางสิ่งเพื่อช่วยให้ประชาชนมีพื้นที่หายใจมากขึ้น และบรรเทาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผมจะประกาศมาตรการบางส่วนตั้งแต่วันพรุ่งนี้ รวมถึงวิธีการจัดหาเงินทุนสำหรับมาตรการเหล่านั้น
เราจะช่วยให้คนหนุ่มสาวมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ด้วยการปฏิรูประบบการศึกษา เพิ่มการสนับสนุนให้กับพวกเขา รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต และเราจะสร้างบ้านพักของสภาท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
นี่คือแนวทางที่เป็นธรรมและยั่งยืนในการลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการ รักษาวินัยการคลัง และปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการป้องกันประเทศที่เรามีต่อพันธมิตรระหว่างประเทศ
เราจะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการสร้างรัฐที่มุ่งเน้นการป้องกันปัญหามากกว่าการแก้ไขภายหลัง ลงทุนในความสำเร็จของผู้คน แทนที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายกับความล้มเหลว และงานนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้
ในอีกไม่นาน ผมจะเดินผ่านประตูที่อยู่ด้านหลังผม และออกคำสั่งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาคนไร้บ้านที่ต้องนอนบนท้องถนนในประเทศของเรา
ทั้งหมดนี้คือการนำคุณค่าและมาตรฐานที่ถูกต้องกลับมาเป็นหัวใจของการบริหารประเทศ ผมจะยึดการดูแลประชาชนเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่ผมทำ
ผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อภารกิจนี้ และผมขอให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกับผม
มาร่วมกันสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ สร้างเป้าหมายร่วมกัน และสร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับประเทศ
ขอให้ช่วงเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สหราชอาณาจักรกลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง และเป็นช่วงเวลาที่เราจะนำความหวังกลับคืนมา
ขอบคุณทุกท่านมากครับ
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ