ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (22 ก.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิป รวมทั้งการดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดวอลล์สตรีทเมื่อวานนี้ ซึ่งช่วยบดบังปัจจัยลบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังจากลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนที่ได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้างขึ้น
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 67,511.12 จุด พุ่งขึ้น 1,278.93 จุด หรือ +1.93%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,923.77 จุด ลดลง 208.52 จุด หรือ -0.83%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,883.58 จุด เพิ่มขึ้น 19.22 จุด หรือ +0.50%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 5.2%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.32%
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินตัวเลขการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอจนความต้องการบริการคลาวด์ งบประมาณด้านเทคโนโลยีของบริษัท และแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี โดยบริษัท ServiceNow, International Business Machines, Tesla, Texas Instruments, Alphabet และ AT&T จะเปิดเผยผลประกอบการในวันนี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียวันนี้ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นว่า ยอดส่งออกในเดือนมิ.ย.ของญี่ปุ่นเติบโตในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 โดยพุ่งขึ้น 19.3% เมื่อเทียบรายปี โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ และเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 18.6% และสูงกว่าระดับ 16.8% ในเดือนพ.ค.
สำหรับยอดนำเข้าในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 25.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 เช่นกัน และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 21%
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 4.069 แสนล้านเยน
ด้านธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเกาหลีใต้ทรงตัวในเดือนมิ.ย. โดยราคาน้ำมันที่ลดลงได้หักล้างกับราคาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น
ดัชนี PPI ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนมิ.ย.เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนพ.ค. และเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนเม.ย. ส่วนเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 8.6%
ทั้งนี้ ดัชนี PPI เป็นตัวชี้วัดสำคัญของแนวโน้มเงินเฟ้อผู้บริโภคในอนาคต เนื่องจากมีผลต่อราคาสินค้าที่ธุรกิจจะเรียกเก็บจากผู้บริโภคในอีกหลายเดือนข้างหน้า
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช