คลัง ปรับเงื่อนไขบัตรคนจน คืนสิทธิรถเก่า-โอนลอย/นร.-นศ.นอกระบบ/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชง ครม. 27 ก.ค.

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday July 23, 2026 16:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เห็นชอบให้มีการปรับเงื่อนไขในการคัดกรองสิทธิผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยไม่ใช่การเปลี่ยน หรือยกเลิกเกณฑ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนอย่างที่สุด

โดยยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาทบทวนสิทธิหลังจากมีการปรับเงื่อนไขครั้งนี้ ฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ลงไปดำเนินการ ผ่านการประสานข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นประชาชนที่ต้องการขอทบทวนสิทธิ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาชี้แจงข้อมูล

สำหรับการปรับเงื่อนไขในการคัดกรองสิทธิ ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ประเด็นเกณฑ์คัดกรองเรื่องรถ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยนต์ หลังจากที่มีประชาชนขอทบทวนสิทธิในกรณีการโอนลอย รถสิ้นสภาพ หรือมีการแจ้งว่าถูกสวมสิทธิ โดยหลังจากนี้ จะมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขว่าหากผู้ขอทบทวนสิทธิแจ้งยืนยันว่ารถที่ครอบครองอยู่มีการโอนลอยไปแล้ว สิ้นภาพไปแล้ว หรือถูกสวมสิทธิ จะดำเนินการคืนสิทธิให้กลุ่มนี้ เนื่องจากมองว่าทั้ง 3 กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทราบได้ก่อนที่จะมีการประมวลผล หรือดำเนินการคัดกรอง

ขณะเดียวกัน จะระบุเพิ่มในเงื่อนไขว่า หากเป็นรถที่มีอายุตั้งแต่ 15-20 ปีขึ้นไป (รถยนต์ 20 ปีขึ้นไป หรือ รถจักรยานยนต์ 15 ปีขึ้นไป) ก็จะมีการยกเว้นให้ และกรมการขนส่งทางบก จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลในการปรับทะเบียนให้ถูกต้องกับความเป็นจริง

2.ข้อกังวลกรณีการเป็นนักเรียนนักศึกษา ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรืออาชีวนอกระบบนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วว่า จะยกเว้นให้กลุ่มนี้ให้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยเช่นกัน แต่จะต้องพิจารณาตามเกณฑ์อื่นด้วย เช่น เกณฑ์รายได้ที่ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท หากเกินที่กำหนดไว้ ก็จะต้องถูกตัดสิทธิ

3.กรณีมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีชื่อเป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน ในบริษัทที่มีการจัดตั้งตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ของชุมชน ทั้งวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐรักสามัคคี หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม จะมีการพิจารณาคืนสิทธิให้ หลังจากตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว เพราะถือว่าเป็นตัวแทนชุมชนที่อาจมีสถานะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ไปทำประโยชน์เพื่อสังคม และชุมชน

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่ต้องมีการพิจารณาทบทวนสิทธิคืนให้ คือ กรณีมีบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งอาจจะเปิดไว้โดยไม่ได้มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรืออาจจะเปิดจากการได้รับคำแนะนำ แต่ไม่ได้มีความสนใจจะซื้อขาย หรือบัญชีหลักทรัพย์มีการซื้อขายแต่มีมูลค่าไม่มาก ในส่วนนี้จะมีการพิจารณายกเว้นให้เช่นเดียวกัน โดยจะเร่งสรุปรายละเอียด และนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการปรับเงื่อนไขดังกล่าว ในวันที่ 27 ก.ค.นี้

*กลับลำ! ให้คนไม่ลงทะเบียน-ไม่ผ่านเกณฑ์ รับสิทธิถึง ก.ย.69 แทนโยกไปใช้ไทยช่วยไทยพลัส

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาขยายระยะเวลาโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ถือบัตรรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านราย สำหรับกลุ่มที่ไม่มาลงทะเบียน หรือลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ให้สามารถใช้สิทธิได้จนถึงเดือน ก.ย. 69 จากเดิมที่มีแนวทางให้ไปใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40

ที่ประชุมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า จะขยายระยะเวลาการใช้สิทธิสำหรับผู้ถือบัตรรายเดิมไปอีก 2 เดือน สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้มาลงทะเบียน หรือลงทะเบียนแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะให้ไปใช้สิทธิในโครงการ 60/40 ดังนั้นกระทรวงการคลัง ก็จะยุติแนวทางดำเนินการเรื่องการโยกไปใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาใช้หลังจากขยายเวลาใช้สิทธิรายเดิมออกไปอีก 2 เดือน ไม่มีความน่ากังวลอะไร เพราะตรงนี้ ก็ใช้งบเดิมที่ได้มีการขอไว้อยู่แล้ว โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 69 จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค. นี้ โดยเป็นการขยายเวลาเพิ่มอีก 1 เดือน โดยผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ สามารถส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ และจะประกาศผลการคัดกรองตามเงื่อนไขใหม่ในวันที่ 30 ก.ย. 69 โดยยืนยันว่า ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะสามารถใช้สิทธิพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป

ด้าน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีผู้ขอทบทวนสิทธิกรณีได้โอนลอยรถไปแล้ว 12% และอีกจำนวนมากที่ร้องเรียนว่ารถเป็นซากแล้ว และไม่ได้มีการใช้งาน แต่ยังคาทะเบียนไว้อยู่ ซึ่งกรณีเหล่านี้ กรมการขนส่งทางบกพร้อมรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด เบื้องต้นจะใช้วิธีการเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่ร้องเรียนทั้งหลายในส่วนนี้มีความประสงค์ว่าอยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวน ซึ่งประเด็นใหญ่ที่สุด คือ การครอบครองสภาพรถที่เก่ามาก ๆ อายุ 15-20 ปี

ทุกประเด็น ได้มีการรายงานให้กระทรวงการคลังรับทราบแล้ว และการดำเนินการทั้งหมด ได้รับการพิจารณาคืนสิทธิไปบางส่วนแล้ว ในประเด็นดังกล่าว แต่บางส่วน ยังต้องมีการตรวจสอบข้อมูลกันต่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว

ขณะที่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันได้รับข้อมูลเพื่อมาตรวจสอบกรณีการมีชื่อเป็นกรรมการ/ผู้ถือหุ้น/หุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วน, บริษัท จำกัด หรือบริษัทมหาชน จำกัด ราว 1.22 แสนรายชื่อ ใน 1.39 แสนนิติบุคคล และยังพบอีกว่าบางกรณีมีรายชื่อเข้าไปมีสถานะในนิติบุคคลตั้งแต่ 2 นิติบุคคลขึ้นไป ราว 1 หมื่นกว่ารายชื่อ ซึ่งมีบางกรณีที่พบอีกว่า 1 รายชื่อ เข้าไปถือหุ้น หรือเป็นกรรมการสูงถึง 126 นิติบุคคล ในส่วนนี้จะต้องประสานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ตอนนี้ พบว่ามีรายชื่อที่ปรากฏเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจชุมชน ราว 1.5 หมื่นราย ซึ่งรายชื่อเหล่านี้ จะถูกนำไปตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องกับสำนักงานวิสาหกิจเพื่อสังคม และกรมส่งเสริมการเกษตรให้แน่ชัดก่อน และหลังจากนั้น จะส่งข้อมูลที่ถูกต้องมาให้กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาทบทวนสิทธิ หรือคืนสิทธิให้ต่อไป อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ