ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT วันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) สัญญาถั่วเหลืองและข้าวโพดปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่สัญญาข้าวสาลีร่วงลงจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน หลังราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากการโจมตีเรือขนส่งธัญพืชและโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือในภูมิภาคทะเลดำ ส่งผลให้เจ้าของเรือระงับการนำเรือเข้าเทียบท่า
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.75 เซนต์ หรือ +0.57% ปิดที่ 4.8750 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 9.50 เซนต์ หรือ -1.35% ปิดที่ 6.9625 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 4.75 เซนต์ หรือ +0.38% ปิดที่ 12.4375 ดอลลาร์/บุชเชล
นักวิเคราะห์จาก Hightower Report กล่าวว่า ราคาสัญญาข้าวสาลีชะลอตัวลงจากแรงขายทำกำไร หลังราคาพุ่งขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคทะเลดำที่ทวีความรุนแรงขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของยูเครนเปิดเผยว่า เจ้าของเรือได้ระงับการนำเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือส่งออกสินค้าเกษตรในทะเลดำของยูเครนเป็นการชั่วคราว หลังรัสเซียเพิ่มการโจมตีท่าเรือและเรือพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า รัสเซียจะเพิ่มการโจมตีเรือในทะเลดำ พร้อมกล่าวหารัสเซียว่ามีแผนบ่อนทำลายเส้นทางส่งออกธัญพืชของยูเครน
นอกจากนี้ ความคาดหวังว่าผลผลิตข้าวสาลีจะลดลงยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคา หลังคณะสำรวจผลผลิตในการสำรวจประจำปีเป็นเวลา 3 วัน ประเมินว่า ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิพันธุ์ฮาร์ดเรดในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐนอร์ทดาโคตาจะอยู่ที่ 46.0 บุชเชลต่อเอเคอร์ เมื่อวันอังคาร
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าประมาณการของพื้นที่เดียวกันในปีก่อน 8% และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีเพียงเล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 45.8 บุชเชลต่อเอเคอร์
ด้านราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นยังช่วยหนุนราคาถั่วเหลือง เนื่องจากน้ำมันถั่วเหลืองถูกนำไปใช้ผลิตไบโอดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่แข่งขันกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความต้องการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาถั่วเหลือง
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นยังช่วยหนุนสัญญาข้าวโพดด้วย เช่นเดียวกับความกังวลเกี่ยวกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดทางตะวันตกของสหรัฐฯ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช