GIC ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ เตรียมเพิ่มการลงทุนในกองทุนเฮดจ์ฟันด์อีก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 3 ปีข้างหน้า พร้อมขยายการลงทุนไปยังด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ผลตอบแทนระยะยาวของกองทุนจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563
GIC รายงานในวันนี้ (24 ก.ค.) ว่า อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเฉลี่ยต่อปีในช่วง 20 ปี ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 3.4% ลดลงจาก 3.8% ในปีก่อนหน้า และถือเป็นผลการดำเนินงานที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งขณะนั้นอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.7%
ไบรอัน เหยียว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กล่าวว่า เงินลงทุนดังกล่าวจะทยอยจัดสรรตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยผู้บริหารของ GIC มองเห็นโอกาสในกองทุนประเภทกองทุนกลยุทธ์มหภาคโลก (Global Macro), กองทุนเชิงปริมาณ (Quantitative) และกองทุนหลายกลยุทธ์ (Multi-Strategy) ซึ่งลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทและสามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างรวดเร็วตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
เหยียวกล่าวว่า GIC มองว่าสภาพแวดล้อมการลงทุนในอนาคตเอื้อต่อกองทุนทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว เนื่องจากผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างคล่องตัว ท่ามกลางภูมิทัศน์การลงทุนที่ยังคงเปลี่ยนแปลงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พร้อมเปิดเผยว่า GIC ได้เพิ่มการลงทุนในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกเป็น 3 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ GIC ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (Assets under Management AUM) แต่สถาบันด้านกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund Institute SWFI) ประเมินว่า GIC บริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 9.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช