ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) มีมติดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเป็นครั้งที่สองติดต่อกันในวันนี้ (27 ก.ค.) ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงรุกเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อภายในประเทศจะยังคงอยู่ในระดับต่ำก็ตาม
คณะกรรมการ MAS ประกาศปรับเพิ่มความชัน (Slope) ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด (Policy Band) หรือที่เรียกว่า Nominal Effective Exchange Rate (NEER) ขึ้น เพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่น้อยกว่าเมื่อเดือนเม.ย. ส่วนความกว้าง (Width) และค่ากลาง (Mid-Point) ของกรอบนโยบายยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว MAS จะดำเนินนโยบายการเงินผ่านการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยน 3 ด้านด้วยกันซึ่งได้แก่ ความชัน, ค่ากลาง และความกว้าง ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินการของธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลกที่ใช้วิธีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
MAS ระบุในแถลงการณ์ว่า ท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในขณะนี้ การปรับนโยบายการเงินในวันนี้ ถือเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากคุมเข้มนโยบายเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสิงคโปร์ ซึ่งไม่รวมต้นทุนที่อยู่อาศัยและค่าขนส่ง เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.6% ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 1.4% ในเดือนพ.ค. ซึ่งอยู่ใกล้กับระดับล่างสุดของกรอบคาดการณ์ 1.5%2.5% ของ MAS สำหรับปีนี้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.9%
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสิงคโปร์ขยายตัว 5.7% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.5% และสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ตลอดทั้งปี 2569 ที่ระดับ 2%4%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์