ดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดปรับตัวลดลงในวันอังคาร (28 ก.ค.) สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนหุ้นกลุ่มชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากความกังวลเรื่องงบประมาณใช้จ่ายมหาศาลของภาคเอกชนและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากจีน ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่บนวอลล์สตรีทจะรายงานผลประกอบการ
ณ เวลาเปิดตลาด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางตลาด โดยบวกขึ้น 282.8 จุด หรือ +0.54% สู่ระดับ 52,492.88 จุด
- ดัชนี S&P 500 [SP500.X] ปรับตัวลดลง 17.6 จุด หรือ -0.24% สู่ระดับ 7,395.55 จุด
- ดัชนี Nasdaq Composite [NASDAQ.X] ร่วงลง 107.0 จุด หรือ -0.43% มาอยู่ที่ระดับ 24,825.07 จุด
ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในเดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบความจำเป็นในการทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นกลุ่มชิปทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ ตลาดผวาหนักหลังมีสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของวอลล์สตรีทอย่าง Alphabet และ Tesla เริ่มมีกระแสเงินสดลดลงจนอาจไม่เพียงพอต่อการทุ่มทุนตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน จีนเริ่มเปิดตัวโมเดล AI ที่มีราคาถูกกว่า พร้อมขยายอิทธิพลเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Swissquote ระบุว่า หาก Microsoft, Amazon หรือ Meta รายงานระดับกระแสเงินสดอิสระที่ดิ่งลงในลักษณะเดียวกัน ก็จะยิ่งจุดชนวนความวิตกกังวลว่า แม้บริษัทเหล่านี้จะยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณต่อไป แต่เงินส่วนเกินที่ต้องใช้จ่ายนั้นจำเป็นต้องมาจากการออกหุ้นหรือการเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม
นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ของ 4 ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล (AI hyperscalers) ได้แก่ Amazon.com, Meta, Apple และ Microsoft เพื่อดูว่าเงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามคาดหรือไม่ รวมถึงประเมินทิศทางความต้องการชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดประกาศมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธ (29 ก.ค.) โดยข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า เทรดเดอร์ให้น้ำหนัก 35.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ และคาดว่าต้นทุนการกู้ยืมจะปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจยิ่งกดดันบริษัทเทคโนโลยี AI ที่เริ่มพึ่งพาการระดมทุนผ่านการก่อหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต