สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงในวันอังคาร (28 ก.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ จากความหวังว่าการหยุดสู้รบชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะปูทางสู่การเจรจายุติสงคราม แม้นักลงทุนยังระมัดระวัง เพราะการหยุดยิงก่อนหน้านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 3.35 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ปิดที่ 79.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 4.27 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 84.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หลังจากร่วงลงราว 16% ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. ขณะที่น้ำมัน WTI ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยุติการโจมตีกัน แต่ยังห่างไกลจากการคลี่คลายความขัดแย้งที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ซึ่งก่อนเกิดสงครามเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก
อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้พยายามกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าการเจรจากำลังดำเนินไปด้วยดี โดยที่ผ่านมา ทรัมป์เคยกล่าวในลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง ควบคู่กับการขู่ว่าจะกลับมาโจมตีอีกครั้ง แต่อิหร่านยังคงยืนกรานในจุดยืนของตน
แหล่งข่าวในอ่าวอาหรับและนักการทูตชาติตะวันตกเปิดเผยว่า โอมานได้เสนอแผนที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในอ่าวอาหรับให้อิหร่านพิจารณา เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอให้เรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวจ่ายค่าธรรมเนียมโดยสมัครใจ พร้อมหวังใช้แผนนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการยุติผลกระทบของสงครามต่อการค้าทางทะเล
อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และยื่นแผนของตนเองผ่านโอมาน โดยเสนอให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นการชั่วคราว ภายใต้เงื่อนไขที่เรือซึ่งเดินทางในทิศทางหนึ่งต้องแล่นผ่านน่านน้ำอิหร่าน ขณะที่เรืออีกฝั่งจะใช้เส้นทางซึ่งบางช่วงอยู่ในน่านน้ำอิหร่านเช่นกัน ทั้งนี้ นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยเรื่องดังกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเมื่อวันอังคาร
นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ตลาดมองว่าสถานการณ์ยังคงยุ่งเหยิง แต่ราคาน้ำมันปรับตัวลง เพราะคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย คือ สหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่ได้โจมตีกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีน้อย และกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังคงโจมตีในทะเลแดง
เอกสารของบริษัทที่ปรึกษา IIR ระบุว่า Saudi Aramco ได้ปิดโรงกลั่นน้ำมัน Jizan กำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวันในซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 27 ก.ค. หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
กลุ่มฮูตีได้สร้างความปั่นป่วนต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ส่งผลให้เกิดคอขวดแห่งที่สองในการขนส่งน้ำมัน โดย Saudi Aramco กำลังพิจารณาปรับกลไกราคาน้ำมันดิบที่บรรทุกจากท่าเรือ Sidi Kerir ของอียิปต์ไปยังเอเชีย เพื่อสะท้อนต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น หลังเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกผ่านท่อส่งน้ำมัน Suez Mediterranean
ข้อมูลการขนส่งของ Kpler ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ มีเรือ 28 ลำเดินทางผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 วัน ขณะที่ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ
กลุ่มฮูตีเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่จีนได้เปิดการเจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮูตี เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของจีนสามารถแล่นผ่านบริเวณตอนใต้ของทะเลแดงได้โดยไม่ถูกโจมตี
นอกเหนือจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า เขาและทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับการผลักดันให้การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียกลับมามีความคืบหน้าอีกครั้ง
หากสงครามในยูเครนยุติลง อาจนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อรัสเซีย ซึ่งจะเปิดทางให้มอสโกสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น โดยข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียในปี 2568
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และชาติพันธมิตรที่นำโดยรัสเซีย หรือ OPEC+ มีแนวโน้มจะชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. หลังจากดำเนินการนำกำลังการผลิตที่เคยลดลงโดยสมัครใจกลับเข้าสู่ตลาดครบตามแผน และเพื่อเตรียมรับการเจรจาที่อาจเป็นไปอย่างยากลำบากเกี่ยวกับโควต้าการผลิตน้ำมันรอบใหม่
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช