กองกำลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักเมื่อวันอังคาร (28 ก.ค.) เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนหลายระลอกที่พุ่งเป้าไปยังกองกำลังสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้โจมตีฐานลำเลียงเสบียงและคลังอาวุธหลายแห่งของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ทางตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่ง CENTCOM ระบุว่าอยู่ภายใต้การสั่งการของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC)
CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า การโจมตีที่มุ่งเป้าต่อกองกำลังสหรัฐฯ ไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย. กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักพยายามโจมตีพลเมืองและสถานที่ของสหรัฐฯ มากกว่า 600 ครั้ง
CENTCOM ยังเตือนว่า IRGC และกลุ่มพันธมิตรจะต้องยุติการโจมตีดังกล่าว มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะดำเนินปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้
ไม่นานหลังจากมีการเผยแพร่แถลงการณ์ของ CENTCOM สื่อหลายสำนักรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่กองบัญชาการของกองกำลังกึ่งทหาร Popular Mobilization Forces (PMF) ของอิรัก
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีรายงานอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มติดอาวุธในอิรักก่อเหตุโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ทั้งภายในประเทศและพื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาค
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช