ทางการรัฐเซาท์ออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ (29 ก.ค.) ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เริ่มแพร่ระบาดภายในพื้นที่ หลังพบสัตว์ปีกต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มอีก 11 ราย
แคลร์ สคริเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิและการพัฒนาภูมิภาคของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เปิดเผยว่า สัตว์ปีกต้องสงสัยติดเชื้อทั้งหมดเป็นนกนางนวลหงอนใหญ่ (Greater Crested Tern) โดยพบ 7 ตัวในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ และอีก 4 ตัวบนเกาะแคงการู (Kangaroo Island) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองแอดิเลดประมาณ 120 กิโลเมตร
หากผลตรวจยืนยันกรณีต้องสงสัยทั้ง 11 ราย จะทำให้ยอดการติดเชื้อในรัฐเซาท์ออสเตรเลียเพิ่มเป็น 25 ราย และยอดรวมทั่วออสเตรเลียเพิ่มเป็น 38 ราย นับตั้งแต่มีการตรวจพบเชื้อสายพันธุ์นี้บนแผ่นดินใหญ่ของประเทศเป็นครั้งแรกในเดือนมิ.ย.
สคริเวนกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่การพบกรณีต้องสงสัยรายใหม่จะบ่งชี้ว่าเชื้อ H5N1 ได้เริ่มแพร่ระบาดภายในพื้นที่แล้ว โดยเชื้อดังกล่าวคร่าชีวิตสัตว์ปีกไปแล้วหลายล้านตัว และพบการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 100 ชนิดทั่วโลก
สคริเวนระบุว่า แม้สถานการณ์ดังกล่าวน่ากังวล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทางการประเมินไว้แล้วว่า เมื่อเชื้อไข้หวัดนกเข้าสู่ออสเตรเลีย ย่อมมีโอกาสแพร่ระบาดได้ อีกทั้งประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัดนก H5 ได้ และทุกทวีปต่างเคยเผชิญการแพร่ระบาดภายในพื้นที่มาแล้ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ รัฐเซาท์ออสเตรเลียเพิ่งรายงานการพบกรณีต้องสงสัยติดเชื้อ H5N1 เพิ่มอีก 7 รายในนกนางนวลหงอนใหญ่ที่พบในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ
แม้จำนวนกรณีต้องสงสัยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สคริเวนยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของเชื้อ H5N1 ในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์แห่งใดในออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ทางการจะระงับการจัดทัวร์ชายหาดที่อ่าวซีลเบย์ (Seal Bay) บนเกาะแคงการูเป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยปกป้องประชากรแมวน้ำในพื้นที่ดังกล่าว
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช