ค่ายรถเยอรมันยอดขายร่วง เร่งหั่นต้นทุน-ปลดพนักงาน รับมืออุปสงค์ซบเซา

ข่าวต่างประเทศ Thursday July 30, 2026 11:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีต่างกำลังเผชิญมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนัก หลังยอดขายครึ่งปีแรกทรุดตัวลงทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างประเทศจีน ส่งผลให้หลายบริษัทต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการคุมเข้มต้นทุน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และประกาศเลิกจ้างพนักงานหลายพันตำแหน่งเพื่อประคองสถานะทางการเงิน ท่ามกลางจุดสว่างเพียงหนึ่งเดียวคือยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด

Porsche ยอดขายร่วง แต่กำไรพุ่งจากการคุมต้นทุน

ปอร์เช่ (Porsche) ผู้ผลิตรถยนต์หรูชั้นนำจากเยอรมนี เปิดเผยรายงานผลประกอบการรอบครึ่งปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 ก.ค.) ระบุบริษัทส่งมอบรถยนต์ทั้งสิ้น 122,306 คันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งลดลง 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านรายได้จากการขายลดลง 5.1% เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 1.723 หมื่นล้านยูโร (1.928 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายและรายได้จะลดลง แต่กำไรจากการดำเนินงานกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 33.9% ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด การปรับโครงสร้างราคาสินค้า และกลยุทธ์ที่เน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ

ปอร์เช่กำลังดำเนินกลยุทธ์ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเปิดเผยว่ากำลังเตรียมแผนปรับลดพนักงานเพิ่มเติมอีกราว 5,000 ตำแหน่ง ซึ่งเมื่อรวมกับแผนลดจำนวนพนักงานที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ จะทำให้ปอร์เช่ลดตำแหน่งงานลงรวมประมาณ 9,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

ภาพรวมอุตสาหกรรมซบเซา ความเชื่อมั่นถดถอย

มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในภาพรวมของผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันที่ต้องเร่งลดต้นทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจ ท่ามกลางภาวะอุปสงค์ที่ซบเซาลง โดยเฉพาะตลาดจีน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บรรดาค่ายรถยนต์เยอรมันได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของยอดขายในตลาดจีน โดยยอดส่งมอบรถยนต์ในจีนปรับตัวลดลงประมาณ 20% 30% ในครึ่งปีแรก

ตลาดจีนที่ซบเซาดังกล่าวส่งผลให้ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) มียอดส่งมอบรถยนต์รวมในช่วงหกเดือนแรกอยู่ที่ 1.15 ล้านคัน ลดลง 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทางด้านโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) บริษัทแม่ของปอร์เช่ มียอดขายรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 4 ล้านคัน ลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานร่วงลง 11.6% เหลือ 5.9 พันล้านยูโร (6.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

อาร์โน อันต์ลิตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของโฟล์กสวาเกน กล่าวว่า อัตรากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทซึ่งอยู่ที่ 3.8% นั้น ต่ำเกินไป พร้อมเรียกร้องให้มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สะท้อนสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี ซึ่งจัดทำโดยสถาบัน ifo ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ติดลบ 21.4 จุด ในเดือนมิ.ย. จากเดิมติดลบ 20.7 จุด ในเดือนพ.ค.

ฮิลเดการ์ด มึลเลอร์ ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน (VDA) กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างครอบคลุมรอบด้านเพื่อที่จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความมืดมนดังกล่าว ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นจุดสว่างเล็ก ๆ โดยข้อมูลจาก VDA เผยให้เห็นว่า ยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในเยอรมนีประจำเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 60% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 116,300 คัน

ค่ายรถต่าง ๆ กำลังเผชิญภารกิจสำคัญในการรักษาและปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจรวมถึงความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต้องอาศัยวินัยในการควบคุมต้นทุนและการปฏิรูปโมเดลธุรกิจอย่างจริงจัง มึลเลอร์กล่าว

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท/รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ