แผนลดภาษีบริโภคของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้จริง หรือยิ่งซ้ำเติมเงินเฟ้อ?

ข่าวต่างประเทศ Thursday July 30, 2026 15:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

การตัดสินใจเดินหน้าแผนการลดภาษีบริโภคของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ กำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดานักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยเหลือผู้บริโภคได้เพียงเล็กน้อย แต่น่าจะกลับกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อที่กำลังเล่นงานเศรษฐกิจของประเทศให้เลวร้ายยิ่งขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ (30 ก.ค.) ว่า นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิได้สั่งการให้พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เร่งสรุปรายละเอียดแผนการลดอัตราภาษีบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม จากปัจจุบัน 8% เหลือเพียง 1% เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2570 เป็นต้นไป ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถหาข้อสรุปที่เป็นเอกภาพได้ หลังหารือร่วมกันมานานหลายเดือน

การลดภาษีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในคำมั่นสัญญาสำคัญของพรรค LDP ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสำหรับทาคาอิจิแล้ว แผนการนี้คือ ความทะเยอทะยานที่ยึดมั่นมาอย่างยาวนาน ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นกำลังเผชิญความยากลำบากจากค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ข้อมูลจาก Daiwa Institute of Research ประเมินว่า การลดภาษีครั้งนี้จะช่วยให้แต่ละครัวเรือนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 80,000 เยน (ราว 16,400 บาท) ต่อปี ท่ามกลางภาวะที่รายจ่ายของครัวเรือนญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่หก สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี แม้ผู้บริโภคจะรับรู้ได้ถึงราคาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกลงในทันทีหลังการลดภาษี แต่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ตัวมาตรการเองอาจกลับกลายเป็นชนวนกระตุ้นเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนจะยิ่งหนุนคาดการณ์การปรับขึ้นราคาสินค้า ขณะเดียวกัน ภาวะตลาดแรงงานที่ตึงตัว เงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 39 ปี รวมถึงต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น จะยิ่งบีบให้ภาคเอกชนต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อแบกรับต้นทุนและเพิ่มค่าจ้างเพื่อแย่งชิงแรงงาน

คำเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์

โทโมฮิสะ อิชิกาวะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Japan Research Institute ระบุว่า การลดภาษีบริโภคอาหารและเครื่องดื่มอาจทำให้สินค้านั้นถูกลงจริง แต่เงินส่วนที่ประหยัดลงไปได้จะถูกนำไปใช้จ่ายกับสิ่งอื่น ส่งผลให้ราคาสินค้าประเภทอื่นปรับตัวสูงขึ้น และท้ายที่สุดราคาสินค้าโดยรวมก็มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอยู่ดี พร้อมเตือนว่าการลดภาษีที่มากเกินไปในสภาวะเช่นนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปและเร่งอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอีก

สอดคล้องกับความเห็นของ ชินอิจิ โคบายาชิ นักเศรษฐศาสตร์จาก Mitsubishi UFJ Research and Consulting ที่ชี้ว่า บริษัทต่าง ๆ มีแนวโน้มปรับขึ้นราคาจำหน่ายหากอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง และมักจะไม่ปรับลดราคาลงอีกแม้ต้นทุนบางส่วนจะลดลง เนื่องจากความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนยังประเมินด้วยว่า การทยอยปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชนอาจเข้ามาหักล้างประโยชน์ของมาตรการนี้ในเวลาอันสั้น และราคาสินค้าอาจพุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าระดับราคาก่อนการลดภาษีภายในเวลาไม่ถึงหกเดือน

แนวโน้มการปรับขึ้นราคาสินค้ายังเห็นได้ชัดจากข้อมูลของ Teikoku Databank ซึ่งระบุว่าในเดือนกรกฎาคม สินค้าอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 2,500 รายการได้ปรับขึ้นราคา เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1,078 รายการในเดือนมิถุนายน และคาดว่าตลอดปี 2569 นี้ จะมีสินค้ามากกว่า 20,000 รายการทยอยปรับขึ้นราคา

ขณะที่ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ หรือ Tankan ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประจำเดือนมิถุนายน พบว่าภาคธุรกิจได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาขายของตนเองในช่วง 1 ปีข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 3.7% จาก 3.1% ในการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม และปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาขายในช่วง 3 ปีข้างหน้าขึ้นสู่ระดับ 5.1% จากเดิม 4.6%

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นได้พุ่งสูงเกินเป้าหมาย 2% ของ BOJ มาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิยังคงพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายทางการคลังอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า เงินเยนที่อ่อนค่าลงจะยิ่งซ้ำเติมประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติอย่างญี่ปุ่น ผ่านต้นทุนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและพลังงานที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ย้อนรอยลำดับเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับภาษีบริโภคของญี่ปุ่น

  • เมษายน 2532: รัฐบาลนายกรัฐมนตรี โนโบรุ ทาเคชิตะ เริ่มจัดเก็บภาษีบริโภคเป็นครั้งแรกในอัตรา 3%
  • เมษายน 2540: รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ริวทาโร ฮาชิโมโตะ ปรับขึ้นภาษีบริโภคเป็น 5%
  • มิถุนายน 2555: พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (DPJ) ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้น บรรลุข้อตกลงร่วมกับพรรค LDP และพรรคโคเมโตะ ในการทยอยปรับขึ้นภาษีทีละขั้นจนถึง 10%
  • เมษายน 2557: รัฐบาลผสมนำโดยพรรค LDP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ปรับขึ้นภาษีเป็น 8%
  • พฤศจิกายน 2557: นายกรัฐมนตรีอาเบะประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีเป็น 10% ออกไปเป็นเดือนเมษายน 2560 จากเดิมตุลาคม 2558 เพื่อให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อน
  • มิถุนายน 2559: นายกรัฐมนตรีอาเบะประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีอีกครั้งไปเป็นเดือนตุลาคม 2562
  • ตุลาคม 2562: รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอาเบะปรับขึ้นภาษีบริโภคเป็น 10% โดยคงอัตราภาษีผ่อนปรนไว้ที่ 8% สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าจำเป็นบางรายการ
  • 19 มกราคม 2569: นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศยุบสภาพร้อมให้สัญญากลางการแถลงข่าวว่าจะพิจารณาปรับลดภาษีบริโภคสินค้าอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 0% เป็นเวลา 2 ปี
  • 8 กุมภาพันธ์ 2569: พรรคร่วมรัฐบาล (พรรค LDP และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น) ชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลาย
  • 26 กุมภาพันธ์ 2569: สภาแห่งชาติเพื่อการปฏิรูปภาษีและระบบประกันสังคม (สภาความร่วมมือข้ามพรรค) เปิดฉากการหารืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลดภาษีบริโภค
  • 29 กรกฎาคม 2569: คณะทำงานสรุปผลการหารือ พร้อมรายงานข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลในการลดภาษีบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี (เริ่มเมษายน 2570) ต่อนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิและคณะรัฐมนตรี
  • 30 กรกฎาคม 2569: นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิสั่งการเจ้าหน้าที่พรรค LDP ให้เดินหน้าตามแผนการปรับลดภาษีบริโภคเหลือ 1%

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ