สำนักงานสถิติญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (31 ก.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด เพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.7% และขยับขึ้นจาก 1.6% ในเดือนมิ.ย. อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6
การเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วประเทศญี่ปุ่นนั้น มีปัจจัยหลักมาจากราคาอาหารและของใช้ประจำวันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก
ส่วนเงินเฟ้อภาคบริการทรงตัวอยู่ที่ 1.1% สะท้อนว่าผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาเพื่อส่งผ่านต้นทุนแรงงานได้ช้ากว่าต้นทุนวัตถุดิบ
ด้านดัชนีเงินเฟ้อที่ไม่รวมทั้งอาหารสดและพลังงาน ซึ่ง BOJ ติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากประเมินทิศทางเงินเฟ้อได้ดีกว่า ขยับขึ้นสู่ 2.0% จาก 1.9% ในเดือนมิ.ย.
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันนี้ หลังเพิ่งปรับขึ้นสู่ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีเมื่อเดือนมิ.ย. ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์