อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา (Tesla) ออกมาปฏิเสธรายงานของหนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) ที่ระบุว่า บริษัทกำลังพิจารณาแยกธุรกิจในจีน เพื่อเปิดทางสู่ความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) โดยยืนยันว่าข่าวดังกล่าว ไม่เป็นความจริง
มัสก์ตอบโต้รายงานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เรื่องนี้ไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยเลยแม้แต่ครั้งเดียว พร้อมระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นข่าวปลอมโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ รายงานของ WSJ ระบุว่า ที่ปรึกษาของเทสลาได้หารือเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ ในการแยกธุรกิจในจีน ทั้งการแยกบริษัท (spin-off) การขายกิจการ หรือแม้แต่การปิดกิจการ อย่างไรก็ตาม รายงานยังระบุด้วยว่ายังไม่ชัดเจนว่า เทสลาจะดำเนินการกับธุรกิจในจีนได้เร็วเพียงใด และแผนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ที่ผ่านมา นักลงทุนและนักวิเคราะห์จับตาความเป็นไปได้ในการรวมกิจการของทั้งสองบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสคาดการณ์กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในช่วงที่สเปซเอ็กซ์เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยมูลค่าระดมทุนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากเกิดการควบรวมกิจการระหว่างเทสลาและสเปซเอ็กซ์ขึ้นจริง อาจติดขัดอุปสรรคด้านภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบ โดยเฉพาะในจีน เนื่องจากสเปซเอ็กซ์เป็นคู่สัญญาด้านกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ดูแลโครงการความมั่นคงและดาวเทียม ขณะที่เทสลาดำเนินกิจการโรงงานผลิตที่เป็นของตนเองทั้งหมดในจีน
นอกจากนี้ WSJ ยังอ้างแหล่งข่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มัสก์ได้สั่งให้ผู้บริหารเทสลาจัดโครงสร้างการดำเนินงาน โดยแยกธุรกิจในสหรัฐฯ และจีนออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจในสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปได้ หากเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ เทสลาแตกต่างจากค่ายรถต่างชาติรายอื่น ตรงที่ธุรกิจรถยนต์ของเทสลาในจีนไม่ได้จัดตั้งในรูปแบบบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในท้องถิ่น ขณะที่โรงงานกิกะแฟกทอรีในเซี่ยงไฮ้ยังคงเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในโลกของเทสลา ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญไปยังยุโรปและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 950,000 คันต่อปี
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช