สำนักงานสถิติของเวียดนามรายงานในวันนี้ (3 ส.ค.) ว่า เวียดนามขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนก.ค. เนื่องจากยอดการนำเข้าพุ่งขึ้นแซงหน้าการส่งออก ขณะที่โรงงานต่าง ๆ ยังคงเร่งขยายกำลังการผลิต แม้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามซึ่งต้องพึ่งพาการส่งออกกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ก็ตาม
ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนก.ค.ของเวียดนามปรับตัวขึ้น 25% สู่ระดับ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 25.5% ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 41.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 36.7% ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 3.59 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจเวียดนามยังคงรักษาแรงขับเคลื่อนไว้ได้ แม้เผชิญแรงกดดันทางการค้ารอบใหม่จากสหรัฐฯ และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานและปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลเวียดนามกำลังเร่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้ 10% ต่อปี จากระดับ 8% ในปี 2568 ด้วยการขยายการส่งออกและส่งเสริมการลงทุน
อย่างไรก็ตาม เวียดนามกำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางการค้าอย่างเข้มงวดรอบใหม่จากสหรัฐฯ หลังจากเวียดนามเป็น 1 ใน 60 ประเทศที่ถูกสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ ระบุว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานของตน
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ได้รุดเข้าตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ ในเวียดนามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและมูลค่าเพิ่มของสินค้า โดยสหรัฐฯ ยังคงกดดันให้เวียดนามลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ตลอดจนเพิ่มเข้มงวดในการปราบปรามการสวมสิทธิส่งออก (transshipment) และปรับปรุงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงภาษีศุลกากรขั้นสุดท้าย
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงดำเนินการตรวจสอบการส่งออกของเวียดนาม ท่ามกลางความกังวลว่าสินค้าจีนกำลังถูกสวมสิทธิส่งออกผ่านเวียดนาม
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยสำนักงานสถิติระบุว่าเวียดนามมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ระดับ 9.14 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน เวียดนามขาดดุลการค้ากับจีน 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยจีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยมีการจัดส่งสินค้าคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.386 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 39.7%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์