สหรัฐฯ ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 2 รายแรกจากการระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิส (Cyclosporiasis) ในรัฐมิชิแกน นับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมาในสหรัฐฯ
หน่วยงานสาธารณสุขรัฐมิชิแกนระบุเมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) โดยอ้างอิงจากบันทึกทางการแพทย์ว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมีโรคประจำตัวรุนแรง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากโรคนี้และภาวะขาดน้ำที่เกี่ยวเนื่องกัน แม้โดยทั่วไปโรคไซโคลสปอเรียซิส ซึ่งเกิดจากเชื้อปรสิตไซโคลสปอรา (Cyclospora) จะไม่ใช่โรคที่มีอันตรายถึงชีวิต
การระบาดครั้งนี้ขยายวงไปแล้ว 9 รัฐ และถือเป็นหนึ่งในการระบาดของโรคจากอาหารปนเปื้อนครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ป่วยในปีนี้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ผลการสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ระบุความเชื่อมโยงระหว่างการระบาดครั้งนี้กับผักกาดแก้วจากบริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ (Taylor Farms) ในภาคกลางของเม็กซิโก ที่เสิร์ฟในร้านทาโก้ เบลล์ (Taco Bell) ในเครือยัม! แบรนด์ส (Yum! Brands) แม้จะมีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบว่ามีแหล่งปนเปื้อนอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
นักระบาดวิทยาประเมินว่าอาจมีการระบาดหลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองรายได้รับเชื้อจากผักกาดแก้วของเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ที่เสิร์ฟในร้านทาโก้ เบลล์ หรือจากแหล่งอื่นที่ยังไม่สามารถระบุได้
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) รายงานว่า ณ วันที่ 28 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 6,707 รายทั่วประเทศ และมีผู้ป่วยต้องสงสัย (suspected cases) อีกกว่า 11,500 รายที่รอการยืนยัน โดยตัวเลขผู้ป่วยที่แต่ละรัฐรายงานสูงกว่าข้อมูลของ CDC เนื่องจาก CDC ไม่นับรวมผู้ป่วยที่เข้าข่ายน่าจะติดเชื้อ (probable cases)
ทั้งนี้ รัฐมิชิแกนเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพบผู้ป่วยสะสม 11,234 ราย ณ วันจันทร์ เพิ่มขึ้น 461 รายจากวันศุกร์ (31 ก.ค.) และมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 193 ราย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต