กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (5 ส.ค.) ว่า ค่าจ้างที่แท้จริง (real wage) ของญี่ปุ่นในเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้น 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 และทำสถิติขยายตัวต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ที่เคยปรับตัวขึ้น 7 เดือนติดต่อกันในปี 2564 โดยได้แรงหนุนจากการจ่ายโบนัสฤดูร้อนที่เพิ่มขึ้น
กระทรวงฯ ระบุว่า อัตราการขยายตัวที่ 1.6% ในเดือนมิ.ย. เท่ากับตัวเลขเดือนพ.ค. ที่มีการปรับทบทวนขึ้น เนื่องจากดัชนีเงินเฟ้อที่นำมาใช้คำนวณค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% จาก 1.7% ในเดือนก่อนหน้า
สำหรับค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน (nominal wage) ต่อคน ซึ่งรวมค่าจ้างพื้นฐานและค่าล่วงเวลา เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 531,677 เยน (ราว 112,000 บาท) ทำสถิติขยายตัวมากกว่า 3% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 34 ปี
รายงานระบุว่า การเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริง หรือค่าจ้างที่ปรับเงินเฟ้อแล้ว ได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้น 3.5% ในส่วนของรายได้พิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินโบนัส สู่ระดับ 232,445 เยน (ราว 49,000 บาท) หลังการเจรจาปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง หรือ ชุนโต (Shunto) ในปีนี้ ยังคงกดดันให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตอบแทนพนักงาน
ก่อนหน้านี้ สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) ว่า บริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่นตกลงปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.37% ในการเจรจาชุนโต ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่นยังระบุว่า โบนัสฤดูร้อนของบริษัทรายใหญ่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.88% จากปีก่อน เนื่องจากผลประกอบการภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โบนัสเฉลี่ยทะลุ 1 ล้านเยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลในปี 2524
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การเติบโตของค่าจ้างที่แข็งแกร่ง และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการที่คงที่ เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ธนาคารกลางพยายามปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติ หลังจากการผ่อนคลายทางการเงินที่ดำเนินมานานนับสิบปีสิ้นสุดลงเมื่อเดือนมีนาคม 2567
ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว แต่คาซูโอ อุเอดะ ผู้ว่า BOJ ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและอ้างถึงปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งผลักดันให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท