SpaceX โชว์ผลงาน Q2/69 รายได้พุ่งแตะ 7.8 พันล้านดอลล์ อานิสงส์ Starlink-AI โตแกร่ง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday August 5, 2026 13:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นการรายงานผลประกอบการครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากแรงหนุนของธุรกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) และธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ดี ผู้บริหารเตือนว่าบริษัทยังคงต้องใช้จ่ายงบลงทุนมหาศาลเพื่อรองรับเป้าหมายอันทะเยอทะยานในอนาคต

ข้อมูลและตัวเลขทางการเงินที่สำคัญในรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2569 (เม.ย.-มิ.ย.)

  • รายได้รวม: อยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ พร้อมตั้งเป้ารายได้ต่อปีแบบรันเรต (revenue run-rate) แตะระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเดือนธ.ค.
  • ธุรกิจดาวเทียมสตาร์ลิงก์: รายได้เติบโต 66% และคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้รวม ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 79% โดยมีฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเท่าตัวแตะ 12 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส อย่างไรก็ตาม รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (ARPU) ลดลง 22% จากการขยายตลาดต่างประเทศและการออกแพ็กเกจราคาประหยัด
  • ธุรกิจ AI: รายได้พุ่งทะยานประมาณ 250% โดยบริษัทคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนจากการลงทุนระบบประมวลผล AI น้อยกว่า 1 ปี
  • ธุรกิจอวกาศและจรวด: รายได้เติบโต 29% เมื่อเทียบเป็นรายปี
  • ผลการดำเนินงานและงบลงทุน: ขาดทุนจากการดำเนินงานรวมลดลงเหลือ 143 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (จากเดิมขาดทุน 970 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน) ขณะที่รายจ่ายลงทุน (CapEx) พุ่งขึ้นเป็นมากกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (จาก 2.83 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน) โดยเป็นงบลงทุนในระบบประมวลผล AI สูงถึง 1.583 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (จากเดิม 749 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน)
  • เป้าหมายการดำเนินงาน: ตั้งเป้าส่งดาวเทียมสตาร์ลิงก์รุ่นใหม่ V3 ขึ้นสู่วงโคจรอย่างน้อย 1,000 ดวงภายใน 1 ปี และขยายศักยภาพการประมวลผล AI จากมากกว่า 2 กิกะวัตต์ในปีนี้ เป็นใกล้แตะ 10 กิกะวัตต์ภายในสิ้นปีหน้า
  • ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น: หุ้นสเปซเอ็กซ์ร่วงลง 7.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังพุ่งขึ้น 9.4% ระหว่างวันก่อนประกาศผลประกอบการ โดยภาพรวมราคาหุ้นปรับตัวลดลง 8% นับตั้งแต่ IPO ในเดือนมิ.ย. ขณะที่มูลค่าบริษัทอยู่ที่ระดับ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ หุ้นอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการสิ้นสุดระยะห้ามขายหุ้น (lock-up period) ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ (6 ส.ค.) ซึ่งอาจส่งผลให้มีปริมาณหุ้นจากคนในและนักลงทุนแรกเริ่มทะลักเข้าสู่ตลาด


ผลประกอบการดังกล่าวนับเป็นบททดสอบแรกสำหรับผู้ถือหุ้นต่อสมมติฐานการลงทุนที่ว่า กำไรจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่เติบโตอย่างรวดเร็วจะสามารถนำมาใช้เป็นเงินทุนสำหรับโครงการ AI, ดาต้าเซ็นเตอร์ และจรวดรุ่นใหม่ที่มีต้นทุนสูง จนกว่าธุรกิจเหล่านั้นจะเติบโตแข็งแกร่งด้วยตนเอง

เราเชื่อว่าเรากำลังสร้างศักยภาพการประมวลผล AI ในวงกว้างได้เร็วกว่าใคร และเรากำลังปรับปรุงโมเดล AI ของเราอย่างมีนัยสำคัญ อีลอน มัสก์ กล่าวในการแถลงผลประกอบการ

กวินน์ ช็อตเวลล์ ประธานบริษัท สเปซเอ็กซ์ กล่าวว่า สตาร์ลิงก์เตรียมรุกตลาดผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ โดยคาดว่าจะสามารถแย่งชิงลูกค้าจากที-โมบายล์ (T-Mobile), เอทีแอนด์ที (AT&T) และเวอไรซอน (Verizon) ได้เป็น จำนวนไม่น้อย พร้อมตั้งเป้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเพื่อเสริมเครือข่ายดาวเทียมสำหรับการให้บริการ เครือข่ายมือถือที่แท้จริง ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทโทรคมนาคมกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

สำหรับธุรกิจ AI ของสเปซเอ็กซ์ ซึ่งรวมถึงเอ็กซ์เอไอ (xAI), กร็อก (Grok), เอ็กซ์ (X) และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นส่วนที่มีการลงทุนมากที่สุด โดยเริ่มสร้างรายได้จากสัญญาบริการประมวลผลร่วมกับแอนโทรปิก (Anthropic), กูเกิล (Google) ของอัลฟาเบท (Alphabet) และรีเฟลคชัน เอไอ (Reflection AI) แม้ว่ารายได้ประจำบางส่วนจะยังไม่ได้เริ่มรับรู้ก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนใช้ฮาร์ดแวร์จากอินวิเดีย (Nvidia) แต่เพียงผู้เดียวในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดีย เคยระบุว่า ศักยภาพการประมวลผลทุก ๆ 1 กิกะวัตต์สามารถสร้างรายได้ให้แก่อินวิเดียราว 4-5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนธุรกิจอวกาศ ซึ่งครอบคลุมการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ ภารกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจรวดสตาร์ชิป (Starship) นั้น ยังคงเป็นภาระด้านต้นทุนที่สำคัญและมีความไม่แน่นอน โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สเปซเอ็กซ์ได้ให้ความสำคัญกับการปล่อยจรวดสำหรับเครือข่ายดาวเทียมของตนเองเป็นหลัก มากกว่าการรับจ้างปล่อยดาวเทียมให้แก่ลูกค้ารายอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงแบกรับต้นทุนมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสตาร์ชิปอย่างต่อเนื่อง

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ