ตำรวจเกาหลีใต้นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ เกาหลี (Starbucks Korea) ในวันนี้ (5 ส.ค.) จากข้อกล่าวหาว่า บริษัทดูหมิ่นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตย ผ่านแคมเปญการตลาดที่ทำให้สาธารณชนหวนรำลึกถึงการปราบปรามการลุกฮือเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2523
การเข้าตรวจค้นและยึดเอกสารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับแคมเปญส่งเสริมการขาย Tank Day ซึ่งจัดขึ้นในวันครบรอบการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการดูหมิ่นผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของกองทัพต่อการลุกฮือเพื่อประชาธิปไตยในเมืองกวางจู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ กลุ่มภาคประชาสังคมได้ยื่นฟ้องชอง ยงจิน ประธานกลุ่มบริษัทชินเซเก กรุ๊ป (Shinsegae Group) ในข้อหาดูหมิ่นและหมิ่นประมาทผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยอีมาร์ท (E-Mart) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือหลักของชินเซเก กรุ๊ป เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน สตาร์บัคส์ เกาหลี
หมายค้นระบุว่า สตาร์บัคส์ได้กระทำการดูหมิ่นผู้มีส่วนร่วมในขบวนการประชาธิปไตย โดยการบุกค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจเริ่มดำเนินการสอบสวนแบรนด์กาแฟดังกล่าวนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ในข้อหาหมิ่นประมาท
ทั้งนี้ ตำรวจได้ตรวจพบข้อบกพร่องในการตรวจสอบภายในของสตาร์บัคส์ เกาหลี เกี่ยวกับแคมเปญที่เป็นประเด็นอื้อฉาว ซึ่งถูกยกเลิกไปในเวลาอันรวดเร็วหลังจากเปิดตัวท่ามกลางกระแสต่อต้านอย่างหนักจากสาธารณชน
พนักงานสอบสวนพยายามตรวจสอบว่า ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้วางแผนจัดกิจกรรมโปรโมชันดังกล่าว โดยมีเจตนาที่จะดูหมิ่นผู้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่
ชนวนเหตุความขัดแย้งเกิดจากการจัดโปรโมชันมอบส่วนลดสำหรับชุดแก้วน้ำ Tank พร้อมด้วยข้อความโปรโมตว่า วางลงบนโต๊ะพร้อมส่งเสียง Tak!
แคมเปญดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสไม่พอใจจากสาธารณชนในทันที เนื่องจากคำว่า Tank ทำให้ประชาชนจำนวนมากนึกถึงรถถังที่กองทัพใช้ในการปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรงในเหตุการณ์กวางจูเมื่อปี 2523
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช