สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยผลการจัดงาน วันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1819 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี โดยผลการจัดงานชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันชีวิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการออมเงิน การสร้างหลักประกัน และการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว ซึ่งตอกย้ำบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชน
ผลการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทสมาชิกที่รายงานผลการเสนอขายผลิตภัณฑ์ภายในงานจำนวน 13 บริษัท พบว่ามีผู้เอาประกันภัยรวม 298 ราย คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวม 137.33 ล้านบาท และมีทุนประกันภัยรวม 262.48 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าประกันชีวิตยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารความเสี่ยงของประชาชน แม้เศรษฐกิจจะยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย
ผลสำรวจความคิดเห็นจากผู้ร่วมงานจำนวน 187 คน ยังเผยถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ โดยมีผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 30.5% ขณะที่ 69.5% เป็นกลุ่มที่เดินผ่านและแวะเข้าร่วมงานภายในศูนย์การค้า ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 4554 ปี และ 55 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความตั้งใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสูงที่สุด ส่งสัญญาณว่าประชาชนวัยทำงานตอนปลายและวัยก่อนเกษียณให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว
ทั้งข้อมูลการซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานและผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ประกันออมทรัพย์ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด โดยแบบประกันออมทรัพย์ (Endowment Insurance) มีสัดส่วนสูงถึง 64.77% ของกรมธรรม์ที่ทำภายในงาน ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า ประกันออมทรัพย์และสะสมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ร่วมงานให้ความสนใจมากที่สุด รองลงมาคือประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง โดยผู้ที่ตั้งใจซื้อส่วนใหญ่มีงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ระหว่าง 10,00130,000 บาทต่อปี บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ประชาชนมุ่งเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจพบว่า สื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Facebook, LINE และ TikTok เป็นช่องทางที่ประชาชนรับรู้ข่าวสารการจัดงานมากที่สุด รองลงมาคือตัวแทนประกันชีวิต และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในพื้นที่จัดงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนไม่น้อยที่ทราบการจัดงานจากการเดินภายในศูนย์การค้า แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายการรับรู้และส่งเสริมความเข้าใจด้านการประกันชีวิตสู่สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังระบุว่าได้รับทั้งความสนุกสนานจากกิจกรรมภายในงานและได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่ผู้ให้คำแนะนำ ตอกย้ำว่าการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่ผสมผสานสาระความรู้กับกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของการประกันชีวิตในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการวางแผนทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ผลการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนการตอบรับของประชาชนต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความนิยมในผลิตภัณฑ์ประกันออมทรัพย์และความสนใจในประกันสุขภาพ ซึ่งแสดงถึงความต้องการสร้างทั้งความมั่นคงทางการเงินและหลักประกันในการดำรงชีวิตของคนไทย
สมาคมประกันชีวิตไทยจะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการจัดงานครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาการสื่อสาร การจัดกิจกรรม และการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงวัย พร้อมผลักดันให้การประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน