หุ้นของบริษัท เอไอเอ กรุ๊ป (AIA Group), เอชเอสบีซี โฮลดิงส์ (HSBC Holdings) และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ปรับตัวลดลงในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นฮ่องกงช่วงเช้าวันนี้ (6 ส.ค.) หลังจากมีรายงานว่าเมืองบางแห่งของจีนได้พุ่งเป้าจัดเก็บภาษีกรมธรรม์ประกันภัยต่างประเทศ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดในการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี
รายงานระบุว่า กรมธรรม์ประกันภัยต่างประเทศที่ซื้อโดยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ กลายเป็นเป้าหมายล่าสุดสำหรับการเพิ่มจัดเก็บภาษี โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่จีนได้ดำเนินการหลายอย่างก่อนหน้านี้ เพื่อเพิ่มเข้มงวดในการกำกับดูแลความมั่งคั่งข้ามแดนและปรับปรุงความโปร่งใสทางภาษี
ปัจจัยดังกล่าวฉุดให้ดัชนีฮั่งเส็งปรับตัวลง 1.4% ในช่วงเช้าวันนี้ โดยหุ้นเอไอเอร่วงลงถึง 8.9% ขณะที่หุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ดิ่งลง 3.9% และหุ้นเอชเอสบีซี ลดลง 2.8%
ส่วนหุ้นของบริษัทเอชเอสบีซี และพรูเดนเชียล (Prudential) ซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอน ต่างดิ่งลงในวันพุธ (5 ส.ค.) หลังจากไฉซิน (Caixin) ซึ่งเป็นสื่อของจีน รายงานเรื่องดังกล่าวเป็นแห่งแรก
รายงานระบุว่า ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ผู้ถือกรมธรรม์บางรายที่อาศัยอยู่ในปักกิ่งและได้แจ้งรายรับจากเงินปันผลของผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบมีปันผลที่ซื้อในฮ่องกง ได้ถูกขอให้ชำระภาษี 20% จากกำไรที่เกิดขึ้นจริง
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวในอัตรา 20% นั้น อาจทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เสนอขายโดยบริษัทต่าง ๆ ในฮ่องกง ชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสรรพากรกลางของจีนยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์