AURA จ่อขายหุ้นกู้ 2 ชุดปลาย ส.ค.ทั้งมีประกัน-ไม่มีประกัน เสริมแกร่งขยายทองมาเงินไป

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 6, 2026 17:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ [AURA] เตรียมระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด เพื่อนำเงินที่ได้รับไปขยายพอร์ตธุรกิจขายฝากทองรูปพรรณภายใต้แบรนด์ ทองมาเงินไป ลงทุนเพิ่มสินค้าคงเหลือประเภททองรูปพรรณและเครื่องประดับที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ รวมถึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วน เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินในระยะยาว

หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.80-4.90]% ต่อปี เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ [4.60-4.70]% ต่อปี เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน โดยใช้สินค้าคงเหลือประเภททองคำรูปพรรณ 96.5% Design Gold และ Aurora Diamond รวมถึงทรัพย์สินทดแทน เป็นหลักประกัน ซึ่งบริษัทจะดำรงมูลค่าหลักประกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของเงินต้นคงค้างของหุ้นกู้มีประกันภายใต้โครงการ ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ หุ้นกู้ AURA ทั้ง 2 ชุดจะชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยสุดท้ายจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้คงอันดับเครดิตองค์กรของ AURA เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ BBB พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต Stable (คงที่) และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่ที่บริษัทเตรียมเสนอขายภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 2,500 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน อายุ 2 ปี 6 เดือน ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ BBB และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน อายุ 1 ปี 6 เดือน ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ BBB-

ทั้งนี้ หุ้นกู้มีหลักประกันได้รับการจัดอันดับเครดิตเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร เนื่องจากมีหลักประกันเป็นทองคำซึ่งเป็นสินค้าคงคลังของบริษัทที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขาย

ทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดของ AURA ในฐานะหนึ่งในผู้ค้าปลีกเครื่องประดับทองคำชั้นนำของประเทศไทย จากประสบการณ์ดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน ภายใต้แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศรวม 629 แห่ง ณ 31 มีนาคม 2569 ในจำนวนนี้เป็นสาขา ทองมาเงินไป 314 แห่ง และระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ผลการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้เติบโต 19% เป็น 3.9 หมื่นล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านบาท จาก 2.3 พันล้านบาทในปี 2567 คิดเป็นอัตรา EBITDA Margin ที่ 8.0% เพิ่มขึ้นจาก 7.1% ในปีก่อนหน้า จากอัตรากำไรของสินค้าทองรูปพรรณที่ปรับตัวดีขึ้น และการเติบโตอย่างรวดเร็วของรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจขายฝากทองคำ โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังต่อเนื่องมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งบริษัทมีรายได้ 1.60 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี EBITDA 1.1 พันล้านบาท

นอกจากนี้ ทริสเรทติ้ง ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขา ทองมาเงินไป และการขยายพอร์ตธุรกิจขายฝากทองคำ ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอยู่ที่ 4.9-5.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 ภายใต้สมมติฐานราคาทองคำในประเทศเฉลี่ยประมาณ 67,000 บาทต่อทองคำ 1 บาท พร้อมคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตรา EBITDA Margin ไว้ที่ 6.5%-6.9% และยอดลูกหนี้ขายฝากทองคำจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1-1.6 หมื่นล้านบาท จากประมาณ 9.1 พันล้านบาท ณ 31 มีนาคม 2569

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด AURA กล่าวว่า บริษัทมุ่งนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโต ทั้งการขยายธุรกิจขายฝาก ทองมาเงินไป การเพิ่มศักยภาพธุรกิจค้าปลีกทองคำ การเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนหมุนเวียน และการบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับ AURA สู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกทองคำและบริการทางการเงินที่เกี่ยวเนื่อง

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
นายทะเบียนหุ้นกู้ คือ ธนาคารกสิกรไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ