ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากข่าวที่ว่าอิหร่านเล็งสกัดเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.25% แตะที่ระดับ 99.93
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.33 เยน จากระดับ 157.67 เยนในวันพุธ (5 ส.ค.) ขณะเดียวกันก็แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8122 ฟรังก์ จากระดับ 0.8069 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4014 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4008 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1524 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1553 ดอลลาร์ในวันพุธ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3457 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3469 ดอลลาร์
สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน รายงานโดยอ้างคำกล่าวของสมาชิกรัฐสภาอิหร่านว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายเบื้องต้นเพื่อห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และเรือของประเทศอื่น ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งเปรียบเทียบปรับผู้ฝ่าฝืนข้อบังคับดังกล่าวในอัตราสูงถึง 20% ของมูลค่าสินค้า
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 2.75% และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ปิดตลาดพุ่งขึ้น 3.83%
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และอาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ และสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส กล่าวว่า เขาเชื่อว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและหลีกเลี่ยงการต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงมากขึ้นในภายหลัง
ขณะที่ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดเตือนว่า ผู้กำหนดนโยบายการเงินพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลง เนื่องจากเฟดไม่สามารถรอจนกว่าเงินเฟ้อจะลดลงถึงเป้าหมายที่ระดับ 2% ได้
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 57% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. และให้น้ำหนัก 84% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.2% ในเดือนก.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช