บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป [SAFE] มองแนวโน้มอุตสาหกรรมการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ในประเทศยังเติบโตได้ดี อานิสงส์ภาครัฐผลักดันการเพิ่มจำนวนประชากรและรักษาภาวะมีบุตรยากเพื่อแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย พร้อมเดินหน้าเจาะตลาดกลุ่มลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ สนับสนุนฐานรายได้ใหม่
นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE เปิดเผยถึงแผนการขยายธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นโมเดลการสร้างพันธมิตร (Partner) กับโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐ ในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยจะเข้าไปเพิ่มเติมเต็มศักยภาพการให้บริการ รวมจนถึงให้บริการเปิดห้องปฏิบัติการเด็กหลอดแก้วให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
ปัจจุบันแนวโน้มอุตสาหกรรม (IVF/ICSI) ในประเทศไทยยังเติบโตได้ดี จากการที่ภาครัฐสนับสนุนการมีบุตรเพิ่มขึ้น โดยอุดหนุนการทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดที่ระดับตํ่า และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เตรียมรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะการผสมเทียม (IUI only) จำนวน 134 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และสนับสนุนให้สถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองสามารถเข้าร่วมระบบเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ช่วยให้บริษัทฯ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่จากนโยบายของรัฐ และมีโอกาสสร้างการรับรู้รายได้ที่มากขึ้น
ทั้งนี้ SAFE วางกลยุทธ์เชิงรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Double Income, No Kids หรือ DINKs) มุ่งให้บริการรักษาในระดับบน (Premium Market) โดยคาดการณ์ว่าเมื่อการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมและการปลดล็อกกฎหมายอุ้มบุญในอนาคต จะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ถึง 2-3 เท่าตัว บริษัทฯ เตรียมความพร้อมทางเทคโนโลยีการแพทย์ให้บริการการแช่แข็งเซลล์สืบพันธุ์ รณรงค์ให้กลุ่มคู่รักเพศเดียวกันเข้ามาฝากไข่ (Egg Freezing) และแช่แข็งอสุจิไว้ (Sperm Freezing) เพื่อถนอมเซลล์สืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุด ในระหว่างที่รอข้อกฎหมายลูกด้านเทคโนโลยีเจริญพันธุ์เปิดกว้างอย่างสมบูรณ์
ขณะที่เป้าหมายของ SAFE ไม่ใช่แค่เพิ่มเปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์ แต่คือการสร้าง SAFE Space ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ยังมีความหวัง ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คนโสด หรือ LGBTQ+ ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการสร้างครอบครัวของตัวเอง และมากไปกว่านั้นอยากให้ SAFE เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจว่าเบื้องหลังการตัดสินใจมีลูก ไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการดูแลด้วยความเข้าใจ
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/69 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 29 ล้านบาท ลดลง 13.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ความสามารถในการทำกำไรลดลง เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 173 ล้านบาท ลดลง 0.27% YoY ขณะที่ ผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 63 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 347 ล้านบาท