ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (7 ส.ค.) หลังการจ้างงานของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.ค. ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และลดเหตุผลที่จะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.39% แตะที่ระดับ 99.539
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 157.55 เยนในวันศุกร์ จาก 158.33 เยนในวันพฤหัสบดี, ดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8076 ฟรังก์สวิส จาก 0.8122 ฟรังก์สวิส และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3937 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4014 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1564 ดอลลาร์ในวันศุกร์ จาก 1.1524 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3499 ดอลลาร์ จาก 1.3457 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ 4.1% เนื่องจากมีคนออกจากตลาดแรงงานมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลดลงสู่ 61.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีครึ่ง
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว โดยลดช่วงบวกที่ทำไว้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากการแทรกแซงตลาดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 สัปดาห์
การอ่อนค่าของดอลลาร์สะท้อนถึงการคาดการณ์ของตลาดที่ลดลงว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.ไว้ที่ 56% เพิ่มขึ้นจาก 45% ในวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช