กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีน สั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว ระงับการให้บริการรถโดยสารประจำทาง สั่งหยุดงานก่อสร้าง และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงสูง เนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น ดอลฟิน (Dolphin) ทำให้กรุงปักกิ่งเผชิญกับฝนตกอย่างต่อเนื่องในวันนี้ (12 ส.ค.)
ทางการกรุงปักกิ่งสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว 151 แห่ง และสถานที่จัดแคปปิง 157 แห่ง พร้อมสั่งระงับการให้บริการโฮมสเตย์ในพื้นที่ชนบทมากกว่า 4,100 แห่ง นอกจากนี้ รถโดยสารประจำทางรวม 250 เส้นทางถูกสั่งหยุดวิ่ง ขณะที่รถไฟใต้ดิน 10 สายได้รับคำสั่งให้ลดความเร็วในการเดินรถ รวมถึงระงับการให้บริการเรือนำเที่ยวทั้งหมด
กรุงปักกิ่งเผชิญปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 23.5 มิลลิเมตรตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ (11 ส.ค.) จนถึงเวลา 08.00 น. ในวันนี้ โดยพื้นที่ที่มีฝนตกหนักที่สุดคือเขตมี่ยุน ซึ่งวัดปริมาณฝนได้ถึง 199.6 มิลลิเมตร
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ณ เวลา 18.00 น. ของเมื่อวานนี้ ประชาชนในหมู่บ้านแถบภูเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและภัยพิบัติ ได้รับการอพยพออกจากพื้นที่แล้ว
รายงานระบุว่า สถานที่ก่อสร้างทั้งหมด 3,357 แห่งทั่วกรุงปักกิ่งได้รับคำสั่งให้หยุดพักงาน ขณะเดียวกันทางการกรุงปักกิ่งได้ยกระดับมาตรการควบคุมน้ำท่วม โดยอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ได้มีการระบายน้ำล่วงหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเติม
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน (NMC) ได้คงระดับการแจ้งเตือนภัยฝนตกหนักไว้ที่ระดับ สีส้ม ในวันนี้ พร้อมคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างของประเทศไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ (13 ส.ค.)
การพัดถล่มของพายุไต้ฝุ่นดอลฟินเกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์หลังจากที่พายุไต้ฝุ่น โนอึล (Noul) พัดเข้าถล่มมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ และเมื่อเดือนที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่น ไมสัก (Maysak) ได้คร่าชีวิตผู้คนไป 11 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 300 คนในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช