ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (14 ส.ค.) หลังตลาดถูกกดดันจากยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด และแรงขายหุ้นกลุ่มชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนกังวลว่ามูลค่าหุ้นกลุ่มนี้อยู่ในระดับสูงเกินไป อีกปัจจัยที่กดดันตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรืออีก 2 ลำถูกโจมตีจนการขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,732.41 จุด ลดลง 107.58 จุด หรือ -0.20%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,785.76 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ -0.17%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,729.16 จุด ลดลง 73.86 จุด หรือ -0.28%
ข้อมูลยอดค้าปลีกในเดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด หลังเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนอยู่ที่ 51 จุดในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 54.5 จุด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ข้อมูล FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 67% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย และ 33% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
หุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายอย่างหนัก โดยหุ้น Applied Materials ร่วง 5.1% แม้บริษัทรายงานแนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสที่สดใส เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังต่อบริษัทสูง หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 2 เท่าในปี 2569 จากความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขยายศูนย์ข้อมูล AI ขณะที่หุ้น Broadcom ร่วงลง 5.9% และหุ้น Intel ลดลง 2%
นักวิเคราะห์มองว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด แต่การที่หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นมามากทำให้นักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดย Applied Materials เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ผลประกอบการและแนวโน้มดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับลดลง เนื่องจากความคาดหวังของตลาดอยู่ในระดับสูงแล้ว
ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มพลังงานได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานของ S&P500 พุ่งขึ้น 1.4%
หุ้น Reddit เป็นอีกตัวที่โดดเด่น โดยพุ่งเกือบ 13% หลังได้รับการประกาศให้เข้ารวมในดัชนี S&P500 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.
หุ้น Workday ร่วงลง 3.8% หลังจากพุ่งขึ้น 18% เมื่อวันพฤหัสบดี จากรายงานที่ระบุว่า Silver Lake บริษัทไพรเวทอิควิตี้ กำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อบริษัทซอฟต์แวร์แห่งนี้
ส่วนหุ้นผู้ผลิตโดรนบางรายปรับตัวขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าโดรนและชิ้นส่วนโดรน โดยหุ้น Red Cat พุ่งขึ้น 8.8% และหุ้น Unusual Machines ทะยานขึ้น 25%
สำหรับแนวโน้มตลาด แม้ดัชนีหลักปรับตัวลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง โดย S&P500 เพิ่มขึ้น 0.4% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.1% ถือเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. จากแรงหนุนของผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งและความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยที่ลดลง
ด้านผลประกอบการยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด โดยกำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 2 ซึ่งส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจาก Amazon, Microsoft และบริษัทขนาดใหญ่รายอื่น ๆ ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI ตามข้อมูลของ LSEG
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช