สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (14 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ และทำให้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.90 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 4,437.30 ดอลลาร์/ออนซ์
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐลดลง 0.3% ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ
ทองคำยังได้แรงหนุนจากจำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.ค. รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่โดยรวมสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ลดลงอย่างมาก โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 3.50%-3.75%
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเพียง 33% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ลดลงจาก 55% ในสัปดาห์ก่อน
Commerzbank ระบุว่า หากเฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงมักเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวดูเหมือนจะหยุดชะงักเกือบทั้งหมด หลังเรืออีก 2 ลำถูกโจมตี ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าสามารถดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านได้โดยไม่มีกำหนด
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อ อาจเป็นปัจจัยลบต่อตลาดโลหะ เนื่องจากจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช