นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้าว่า ขณะนี้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือ ทอท.ส่งเรื่องให้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณา โดยจะไปติดตามรายละเอียด เพราะหากเห็นควรนำกลับมาก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
เนื่องจากปัจจุบันเหตุผลและความจำเป็นแตกต่างจากเดิมที่มีมติให้ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า เพราะมองว่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบัน การจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนแปลงไปไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีดิวตี้ฟรีขาเข้าหรือไม่ แต่การมีดิวตี้ฟรี ขาเข้า เพื่อให้มีร้านค้าร้านอาหารรวมถึงกิจกรรม สำหรับผู้โดยสารที่ไม่อยากเข้ามารอคิว ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะได้มีกิจกรรมทำ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายระหว่างรอคิวตม. ซึ่งดิวตี้ฟรี เป็นหนึ่งในกิจกรรม ที่หลายฝ่ายมองว่าควรมีบริการนักเดินทาง
นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT กล่าวว่า จากมติครม. ที่ให้ยกเลิกดิวตี้ฟรี ขาเข้าทั้ง 6 สนามบินซึ่งทอท.ได้มีการศึกษาประเมินผล เบื้องต้นพบว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่จะให้นักท่องเที่ยวหันมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงผลประโยชน์ทางรายได้ของประเทศ รายได้ของ AOT และด้านบริการของสนามบิน โดยได้เสนอข้อมูลต่อ สศค. ไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้หากทางสศค.พิจารณาได้ข้อสรุปและเสนอครม.เรียบร้อย AOT จะเจรจากับ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในการจัดพื้นที่ดิวตี้ฟรี ขาเข้า และเจรจาเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนของพื้นที่ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ จำนวนพื้นที่อาจจะไม่เท่าเดิม เพราะทางสุวรรณภูมิมีการนำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์เพื่อการบริการผู้โดยสารแล้ว
ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) กล่าวว่า หลังจากยกเลิก ดิวตี้ฟรี ขาเข้า AOT ได้นำพื้นที่บางส่วนมาปรับปรุง และทำเคาน์เตอร์บริการต่างๆ สำหรับอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เช่น เคาน์เตอร์บริการ กระเป๋าเสียหาย หรือสูญหาย (Baggage Service หรือจุด Lost & Found ) ของสายการบิน บริเวณหลังสายพานรับกระเป๋า 17 จุดที่เป็น จุดรับสินค้าขาเข้า (Duty Free Pick Up) เดิม นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร Tranfer ภาพรวมใช้ไปแล้วประมาณ 70% ดังนั้นหากจะทำร้านค้าดิวตี้ฟรี ก็จะเหลือพื้นที่ไม่เท่าเดิม
*ปลดล็อกห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ AOT ได้เสนอนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ช่วยผลักดัน เปิดให้บริการห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร ส่วนของผู้โดยสารขาออก เพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง แก้ปัญหาผู้โดยสารสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น ห้องน้ำ ซึ่งปัจจุบัน มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ อาคารท่าอากาศยาน (สนามบิน) เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด โดยห้ามจัดตั้งห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้เดินทาง
สนามบินสุวรรณภูมิ ดำเนินการจัดทำห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารผู้โดยสาร โดยเริ่มที่โซนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ รวม 3 จุด ซึ่งรองนายกฯศุภจี รับปาก หารือกับรมว.สาธารณสุข เพื่อประกาศกระทรวงฯ เพื่อให้ทันกับช่วงไฮซีซั่น
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน