รัสเซียออกโรงเตือนว่า อังกฤษจะต้องเผชิญกับผลพวงที่จะตามมา หลังมีรายงานว่า ยูเครนได้นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ที่ผลิตโดยสองบริษัทในอังกฤษ มาใช้ในยุทธการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียเป็นครั้งแรก ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ (Sunday Times)
ในปีนี้ ยูเครนได้ยกระดับปฏิบัติการโจมตีภายในดินแดนรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยส่งทั้งขีปนาวุธพิสัยไกลและฝูงโดรนเข้าถล่มโรงงานอุตสาหกรรมทางทหาร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ยูเครนยังพุ่งเป้าโจมตีคลังสินค้าขนาดใหญ่ของไวลด์เบอร์รีส์ (Wildberries) ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของรัสเซีย ส่งผลให้สินค้ามูลค่าหลายพันล้านปอนด์ถูกเผาวอด ถือเป็นการนำภัยสงครามมาประชิดตัวชาวรัสเซียโดยตรง หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบมานานกว่า 4 ปี ทั้งยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่รัสเซียอย่างหนักหน่วง
สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า รายงานข่าวดังกล่าว ยืนยันว่ารัฐบาลลอนดอนจงใจยกระดับวิกฤตการณ์ในยูเครน พร้อมทั้งกล่าวหาอังกฤษว่า พยายามปิดล้อมสกัดกั้นรัสเซีย และสร้างความเสียหายขั้นสูงสุดแก่รัสเซียผ่านสงครามตัวแทน
การกระทำของลอนดอนจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และอังกฤษจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ยิ่งอังกฤษถลำลึกเข้ามาในความขัดแย้งและสนับสนุนกลไกก่อการร้ายของรัฐบาลเคียฟมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องชดใช้ด้วยราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น แถลงการณ์ระบุ
ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษแถลงตอบโต้ว่า อังกฤษขอยืนหยัดเคียงข้างยูเครน และเรามีความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ยูเครนใช้ปกป้องตนเองจากการรุกรานอย่างผิดกฎหมายของปูติน
รัสเซียไม่ควรแคลงใจในจุดยืนอันเด็ดเดี่ยวของรัฐบาลชุดนี้ ในการยืนหยัดต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย ทั้งในยูเครน รวมถึงการคุกคามต่อสหราชอาณาจักรและชาติพันธมิตรของเรา โฆษกฯ กล่าวเสริม
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การส่งโดรนโจมตีระยะไกลของยูเครน ถูกมองว่ามีเป้าหมายเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงรายได้ในการทำสงครามของมอสโก และทำให้ประชาชนรัสเซียได้รับรู้ถึงผลกระทบจากภัยสงครามที่ประเทศรัสเซียเป็นผู้ก่อขึ้น
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต