Power of the Act: ซื้อและรับโอน I-REC วันนี้แต่ไถ่ถอนในอนาคตได้หรือไม่ ?

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday August 19, 2026 17:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาสื่ออินโดนีเซียรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย เรียกร้อง โตโยต้าย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย โดยรัฐบาลจะมอบมาตรการจูงใจต่าง ๆ ที่โตโยต้าต้องการ

ข่าวนี้ทำให้ ทีมนักกฎหมายพลังงานของบริษัท ศูนย์กฎหมายพลังงาน (ประเทศไทย) จำกัด (ทีม ELC) ตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลไทยจะรั้งให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงลงทุนและประกอบการในประเทศไทยต่อไปโดยสนับสนุนให้โตโยต้าสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามนโยบายของบริษัทแม่ โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์จะสามารถซื้อใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) มาเพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมนี้ได้หรือไม่ หากมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่พร้อมจะขายไฟฟ้าให้โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ โดยตรง โดยการส่งไฟฟ้าผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่มีมติว่า

ที่ประชุมเห็นชอบให้ปลดล็อกมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ให้ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด เปิดให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จัดหาไฟฟ้าสะอาดได้ตรงจากผู้ผลิต

การทำ Direct PPA และการโอนใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์สามารถกล่าวได้ว่าตนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบที่วัดได้จริง โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ทำได้หรือไม่ สิ่งที่โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ ซื้อ คือ I-REC จะสามารถนำไป ใช้ หรือ ไถ่ถอน อย่างไร เพื่อให้โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต คำถามคือ หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ซื้อและรับโอน I-REC วันนี้ แต่จะเก็บ I-REC เอาไว้เพื่อไถ่ถอนในอนาคตจะทำได้หรือไม่ I-REC จะหมดอายุหรือไม่ หรือต้องเสียค่าธรรมเนียมใดหรือไม่ ?

*สัญญาซื้อขาย REC

โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์สามารถตกลงซื้อ I-REC จากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่ได้ผลิตและได้จ่ายไฟฟ้าสะอาดเข้าระบบโครงข่ายแล้วในปี 2026 ตามสัญญาซื้อขาย I-REC ใบรับรองนี้เป็นสิ่งที่รับรองคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมว่า ไฟฟ้าจำนวน 1 MWh ถูกผลิตมาจากพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการรับรองจาก I-TRACK ซึ่งเป็นองค์กรระดับนานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไร และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ การออกและบริหารจัดการ I-REC จะเป็นไปตามมาตรฐานสากล International Tracking Standard Foundation (I-TRACK)

สำหรับประเทศไทย เรายังไม่มีระบบการออกและบริหารจัดการ I-REC ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ จึงใช้มาตรฐาน I-REC ของ I-TRACK เป็นมาตรฐานหลักในการรับรองคุณลักษณะของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำหน้าที่เป็นผู้ออกใบรับรองและขึ้นทะเบียนโรงไฟฟ้า หรือเรียกว่า Local Issuer ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก I-TRACK

*วัตถุประสงค์ในการใช้ I-REC

I-REC มีสถานะเป็น ทรัพย์สิน ตามมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ เพราะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสามารถถือเอาได้ แม้ตัวใบรับรองจะอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงและเก็บรักษาไว้ในบัญชีหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลก็ตาม ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถหวงกันมิให้บุคคลอื่นเข้าใช้ใบรับรองและสามารถโอนให้แก่ผู้ซื้อผ่านระบบดิจิทัลได้ คุณค่าของ I-REC จึงอยู่ที่ สิทธิในการอ้าง ว่าไฟฟ้าจำนวนหนึ่งถูกผลิตหรือใช้จากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นสิทธิที่มีตลาดรองรับทั้งในฝั่งผู้ผลิตและผู้ซื้ออยู่แล้ว

คำถามที่ตามมาคือ I-REC ต่างจากคาร์บอนเครดิต อย่างไร ? แม้ทั้งสองจะเป็นทรัพย์สินที่มีราคาและถือเอาได้เหมือนกัน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาคนละช่วงของวงจรการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กล่าวคือคาร์บอนเครดิตทำงานกับการ ลดหรือชดเชย (Offset) การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น เมื่อมีโครงการที่สามารถลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ เช่น โครงการปลูกป่า หรือโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โครงการนั้นจะสามารถได้รับคาร์บอนเครดิต ซึ่งโดยทั่วไป 1 คาร์บอนเครดิตเท่ากับการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผู้ที่ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงสามารถซื้อเครดิตดังกล่าวเพื่อชดเชยการปล่อยของตนได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คาร์บอนเครดิตคือการชดเชยผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนของตนเองด้วยการสนับสนุนการลดคาร์บอนจากที่อื่น

ส่วน I-REC จะไม่ได้รอให้มีการปล่อยคาร์บอนแล้วจึงนำมาชดเชยในภายหลัง หากแต่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตและลงทุนในพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ ต้นทาง โดยรับรองว่าไฟฟ้าจำนวนหนึ่งถูกผลิตมาจากพลังงานหมุนเวียน 1 REC จึงเท่ากับไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 1 MWh และเมื่อผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับและยกเลิกการใช้ I-REC แล้ว ก็สามารถนำคุณลักษณะของไฟฟ้าสะอาดนั้นไปใช้ในการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้า (Scope 2) ของตนได้

*หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์จะใช้ I-REC

หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ซื้อ I-REC จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ผลิตและจ่ายไฟฟ้านี้แล้วในปี 2026 แต่เก็บ I-REC ไว้จนถึงปี 2030 ก่อนจะนำมา ไถ่ถอน ออกจากบัญชีที่ขึ้นทะเบียนเพื่อนำมาใช้รายงานตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนที่จะทำในปี 2030 จึงเกิดคำถามว่า I-REC ที่รับรองการผลิตไฟฟ้าเมื่อ 4 ปีก่อนยังสามารถนำมาไถ่ถอนได้เช่นเดียวกับ I-REC ที่พึ่งออกใหม่หรือไม่ ? และการที่โรงงานเลือกเก็บ I-REC ไว้นานหลายปี I-REC Standard มีวิธีจัดการกับการไถ่ถอนของ I-REC เก่า และ ใหม่ อย่างไร และโรงงานจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอย่างไร ?

I-REC Code for Electricity (I-TRACK, 12 June 2025) กำหนดหลักการไว้ว่าตัว I-REC เป็นใบรับรองที่แสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นแล้ว ในอดีต โดยใบรับรองแต่ละหน่วยเชื่อมโยงกับช่วงเวลาที่มีการผลิตไฟฟ้านั้น จึงทำให้ ช่วงเวลาการผลิต (Vintage Year) เป็นคุณสมบัติที่ติดอยู่กับ I-REC ตั้งแต่มีการออกใบรับรอง ยกตัวอย่างเช่น ผลิต I-REC ในปี 2026 จะมีชื่อว่า I-REC Vintage 2026 การจำแนกดังกล่าวมีความสำคัญเมื่อพิจารณาจากเหตุผลที่ I-TRACK ระบุไว้ว่าต้องการส่งเสริมให้มีการใช้ I-REC ภายในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยที่ตัว I-REC จะไม่มีวันหมดอายุและสามารถอยู่ในระบบต่อไปตราบเท่าที่ไม่มีการไถ่ถอน แต่ความสามารถในการนำ I-REC ไปใช้อาจสิ้นสุดลงได้ตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับรายงานหรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การจัดประเภท I-REC ตามเวลาการผลิตของ I-TRACK ยังมีผลกระทบสำคัญต่อมูลค่าและราคาของ I-REC ในตลาดเช่นกัน เนื่องจากผู้ซื้ออาจให้ความสำคัญกับ I-REC ที่มีปี Vintage ใกล้เคียงกับปีที่นำไปใช้ในการรายงานมากกว่าปีที่เก่ากว่า ตัวอย่างเช่น S&P Global Commodity Insights ได้รายงานข้อมูลตลาด I-REC ประเทศไทย ในบทความ Thai I-REC redemptions hit YTD low in August on supply glut (September 10, 2024) ว่าการประเมิน I-REC ในวันที่และประเภทเชื้อเพลิงการผลิตเดียวกันซึ่งถูกผลิตในปี Vintage 2024 มีราคาประเมินสูงกว่าปี Vintage 2023 โดยยังชี้ว่า I-REC ประเภท Solar ที่ออกปี 2024
มีราคา 1.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh เทียบกับออกปี 2023 มีราคาอยู่ที่ 0.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh ซึ่งมีมูลค่าการประเมินที่ลดลงถึงร้อยละ 40 อีกทั้ง S&P Global ยังระบุว่าผู้ประกอบการในตลาดยังรายงานถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Solar I-REC ที่เป็นปี Vintage ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปี Vintage เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินมูลค่าของ I-REC

*ซื้อ I-REC วันนี้แต่ไถ่ถอน I-REC ในอนาคต

หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ซื้อ I-REC ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในราคา 0.55 ดอลลาร์ต่อ I-REC 1 ใบโดยกำหนดให้โรงไฟฟ้าส่งมอบ I-REC ทันทีหลังทำสัญญาซื้อขาย I-REC ผลจากสัญญาซื้อขายนี้ส่งผลให้โรงไฟฟ้า (ผู้ขาย) มีหน้าที่ต้องดำเนินการโอน I-REC จากบัญชีของตนไปยังบัญชีของโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ (ผู้ซื้อ) เพื่อให้โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ได้นำไปใช้อ้างสิทธิเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

โรงไฟฟ้าผู้ขายสามารถไปขึ้นทะเบียนกับ กฟผ. ผ่านระบบทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (I-REC(E) Registry) ที่หน้าเว็บไซต์ของ กฟผ. เพื่อให้ กฟผ. ตรวจสอบและออก I-REC ให้แก่โรงไฟฟ้าโดยจะถูกระบุเป็น I-REC Vintage 2026 หลังจากนั้นจะถูกกำหนดให้เป็นบัญชีผู้ขายในระบบทะเบียน

ส่วนในฝั่งของโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ที่ต้องการได้รับ I-REC Vintage 2026 ดังกล่าวก็ต้องไปขึ้นทะเบียนกับ กฟผ. ผ่านระบบทะเบียน I-REC แล้วจะถูกกำหนดให้เป็นบัญชีผู้ซื้อในระบบทะเบียนเช่นเดียวกัน โรงงานผู้ซื้อต้องลงทะเบียนเพราะภายหลังจากการส่งมอบ I-REC Vintage 2026 แล้ว ต้องการ ไถ่ถอน กล่าวคือหากต้องการใช้ประโยชน์จาก I-REC ที่ตนซื้อก็ต้องทำผ่านระบบทะเบียนด้วยตนเองโดยระบุข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้ I-REC เพื่อให้ระบบยุติสถานะการโอนของ I-REC ในการนำไปใช้อ้างสิทธิในครั้งถัดไปและนำ I-REC ออกจากบัญชีซื้อขายและเข้าสู่บัญชีไถ่ถอน การไถ่ถอนมีผลทำให้
I-REC หน่วยนั้นถูกนำออกจากระบบอย่างถาวรและไม่สามารถย้อนกลับได้ จึงไม่สามารถนำ I-REC หน่วยเดียวกันไปโอน ขาย หรือใช้กล่าวอ้างซ้ำได้อีก (Double Claiming) ทั้งนี้ การไถ่ถอนดังกล่าวมีค่าใช้จ่าย
โดยโรงงานผู้ซื้อจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน (Redemption Fee) ตามอัตราที่กำหนดในโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ I-REC

*ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน I-REC

เอกสาร Fee Structure I-REC(E) 2026 ของ I-TRACK ได้แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนของ I-REC ประจำปี 2026 แสดงวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมแยกกันตามอายุของใบรับรอง โดยจำแนกประเภทค่าธรรมเนียมตามปีที่เกิดการไถ่ถอนจริงเทียบกับปีที่ระบุใน I-REC กล่าวคือ I-REC ที่ไถ่ถอนภายในกรอบเวลา (I-REC รุ่นใหม่) จะถูกคิดค่าธรรมเนียมในชื่อว่า Redemption Fee ในอัตรา 0.08 ดอลลาร์ต่อ MWh ผ่านระบบ I-REC ในขณะที่ I-REC ที่ยังถูกเก็บไว้ในบัญชีซื้อขายเป็นเวลานานหรือถูกเก็บไว้ในบัญชีซื้อขายจนพ้นกรอบเวลาที่กำหนด (I-REC รุ่นเก่า) ระบบจะเก็บค่าธรรมเนียมในชื่อ Advance Redemption Fee ในอัตรา 0.08 ดอลลาร์เช่นกัน แต่จะมีวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมแบบเรียกเก็บล่วงหน้า แม้ว่าผู้ซื้อจะยังมิได้นำ I-REC นั้นไปไถ่ถอนจริงก็ตาม ทั้งนี้กรอบเวลาที่ถูกกำหนดว่าเป็น I-REC รุ่นเก่า I-TRACK กำหนดว่าคิดจาก Vintage Year ของปี X ที่ยังคงถูกถือไว้ในบัญชีซื้อขายภายหลังวันที่ 30 กันยายนของปี X+2 ซึ่งจะได้รับการปฏิบัติต่างจาก I-REC รุ่นใหม่ในด้านประเภทและวิธีการเสียค่าธรรมเนียม

นอกจากนี้ ผู้ซื้อ I-REC มีทางเลือกในการนำ I-REC ไปเก็บไว้ในบัญชีถาวร (Archive Account) ก่อน ซึ่งมีผลให้ผู้ซื้อยังไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าในขณะนั้น แต่จะไม่ใช่การถูกไถ่ถอนออกไป เพราะหากต่อมาผู้ซื้อประสงค์จะนำ I-REC ออกจากบัญชีถาวรกลับมาใช้เพื่อทำการไถ่ถอนใหม่ ระบบจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบค่าธรรมเนียมล่วงหน้าสำหรับการนำ I-REC กลับคืนจากบัญชีถาวร (Advance Redemption Fee upon Restoration) ในอัตราเดียวกันแต่จะคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในขั้นต่ำที่ 250 ยูโรต่อการขอนำกลับคืนแต่ละครั้ง

ฉะนั้น หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์เลือกที่จะไถ่ถอน I-REC Vintage 2026 ที่ตนถืออยู่ในอีก 4 ปีข้างหน้า (ซื้อปี 2026 แต่ไถ่ถอนปี 2030) แสดงว่าในปีที่ไถ่ถอน I-REC ที่โรงงานถืออยู่จะถูกจัดประเภทเป็น I-REC รุ่นเก่า เพราะผ่านพ้นกรอบเวลา 30 กันยายนของปี 2028 (30 กันยายนของปี X+2) มาแล้ว ดังนั้นระบบจะเก็บค่าธรรมเนียมในชื่อ Advance Redemption Fee โดยโรงงานจะต้องชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้า (ชำระในปี 2028) ในอัตรา 0.08 ดอลลาร์ต่อMWh แม้ปีที่โรงงานไถ่ถอนจริงจะเป็นปี 2030 ก็ตาม

I-TRACK เรียก I-REC รุ่นเก่าว่า Older Vintage และการกำหนดเกณฑ์อายุสำหรับ I-REC รุ่นเก่านี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ I-REC ถูกนำไปใช้ภายในช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้าที่กรอบการรายงานต่าง ๆ แนะนำ ดังนั้นแม้ระยะเวลาการไถ่ถอนของผู้ซื้อจะพ้นวันที่ 30 กันยายนของปี Vintage + 2 จะไม่ทำให้ I-REC รุ่นเก่าหมดอายุไป แต่การที่ I-TRACK กำหนดสถานะ Older Vintage นี้ขึ้นโดยเฉพาะและมีวิธีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างแสดงให้เห็นว่าระยะเวลาที่ I-REC ถูกถือไว้ในระบบเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคิดค่าธรรมเนียมสำหรับใบรับรอง I-REC รุ่นเก่า เพื่อจัดระเบียบการถือครองและการไถ่ถอน

จึงสรุปได้ว่าจากกรณีตัวอย่าง หากโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ได้รับโอน I-REC Vintage 2026 จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในราคา 0.55 ดอลลาร์ต่อ I-REC 1 ใบ และเลือกเก็บไว้ในบัญชีซื้อขายและนำไปไถ่ถอนในปี 2030 การถือครองเกินกรอบเวลานี้ไม่ทำให้ I-REC หมดอายุหรือหมดสิทธิในการไถ่ถอน แต่มิได้หมายความว่ากรอบเวลาไม่มีผลต่อ I-REC เพราะ I-REC Standard จำแนก I-REC ตามช่วงเวลาการผลิตและกำหนดวิธีการไถ่ถอนสำหรับ I-REC ที่ถูกถือไว้นานโดยใช้ชื่อว่า Older Vintage ที่จะมีการคิดวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างจาก I-REC รุ่นใหม่ เพราะฉะนั้น I-REC Vintage 2026 ของโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ที่ยังคงอยู่ในบัญชีภายหลังวันที่ 30 กันยายน 2028 ระบบจะเรียกเก็บ Advance Redemption Fee ล่วงหน้าในอัตรา 0.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อ MWh รวมถึงมีผลต่อมูลค่าตลาดของ I-REC ที่ลดลงตามความสอดคล้องระหว่างช่วงเวลาการผลิตกับช่วงเวลาที่ผู้ซื้อนำไปไถ่ถอน

ทีมนักกฎหมายพลังงานประจำบริษัท ศูนย์กฎหมายพลังงาน (ประเทศไทย) จำกัด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ